วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561

(Try) Back to Endurance work



    ตั้งแต่ก่อนปีใหม่เจ้าลูกชายตัวน้อยก็ได้ไปเป็นเด็กชายชาวเหนือ อยู่น่านกับคุณยายเรียบร้อย พ่อกับแม่ก็สลับกันไปหาแทน (T.T) จากนั้นก็ได้บริหารเวลาใหม่อีกครั้ง ตามความตั้งใจก็อยากจะกลับไปใช้เวลาส่วนนึงเล่นกีฬาแบบที่เคยก่อนหน้า


    ด้วยความที่ห่างหายไปพักใหญ่ๆ การพยายามจะดึงตัวเองกลับไปทางเดิม (ที่มันเหนื่อยยากลำบากกว่าปัจจุบัน) มันไม่ง่ายแฮะ ถึงแม้ว่าจะยังคงพยายามรักษาการออกกำลังกายไว้สม่ำเสมอสัปดาห์ล่ะ 2-3 ครั้ง แต่เวลากับความหนักมันลดลงจนเรียกได้ว่าเป็นการ “ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” มาปีกว่าๆ กับอายุที่มากขึ้นอีกหน่อย-ถ้าไม่รู้สึกไปเอง หลัง 35 นี่ฟื้นตัวช้าลงแล้วนะ- การจะดึงวินัยและความตั้งใจกลับมาเร็วสุดคงต้องขอเลียนแบบหลายๆคน สมัครลงงานวิ่งโลด


    มองหางานที่จะลงด้วยปัจจัยง่ายๆไม่กี่อย่าง
- ระยะวิ่งพอเป็นไปได้ ด้วยปัจจุบันนั้นเหลือวิ่งเต็มที่ก็ประมาณ 10 กม. ระยะที่เหมาะตอนนี้คงฮาร์ฟ
- ระยะไม่ไกลจากกรุงเทพ จากปัญหาฝุ่นตอนนี้ กรุงเทพไม่ใช่ตัวเลือก แต่โดยปกติก็มักมีระยะเดินทางไม่เกิน 200 กม. กะว่าขับรถยังสบาย ไม่เมื่อย ส่งผลให้วันจริงปวดขาปวดหลัง
- ชวนภรรยาไปด้วย เอาที่ที่เธอคลิ๊กด้วยง่าย เพราะเข้าใจว่าไปรออย่างเดียวน่าเบื่อ

    สรุปจากปัจจัย ชวนไปวิ่งงานที่มหาวิทยาลัยเก่าที่เรียนกันมาน่าจะลงตัวสุด ลงงานวิ่งฮาร์ฟที่ม.เกษตร กำแพงแสน นครปฐม ยังมีข้อดีอย่างมีโอกาสได้เจอเพื่อนบางคนที่หันมาออกกำลังกายเหมือนกัน รู้จักสถานที่ดี ที่กิน ที่นอน

    โอเคนะ ลงงานแล้ว ลงตัวแล้ว ก็ไปซ้อมซะ!



วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

หน้าที่สนุกๆของคุณพ่อ (1)

แรกเกิด

- ติดต่อเรื่องที่เกี่ยวข้องในโรงพยาบาล
- แจ้งเกิดและเดินเรื่องทางทะเบียนราษฎร์
- ให้กำลังใจคุณแม่บ่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่คุณแม่มีเรื่องให้กังวลมาก
- รับแขกบ้างนิดๆหน่อยๆ
- พาคุณแม่คุณลูกกลับบ้าน




3 เดือนแรก

- อุ้มกอด
- อาบน้ำ (ในวันที่หยุด อาบละเอียดและนานกว่า)
- ทำแผลที่หัว
- จัดการเรื่องนม คุณแม่ปั้มเราเก็บ
- ป้อนนมบางมื้อเพื่อคุณแม่จะได้หลับบ้าง
- เปลี่ยนผ้าอ้อม
- ซื้อของที่เกี่ยวกับลูกเข้าบ้าน (คุณแม่ยังออกไปช๊อปไม่ได้)
- ตัดผม โกนผม
- กล่อมนอนบางวัน

- พาเดินเล่นตอนเย็นๆ (หลังคอแข็งแล้ว)


วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

Welcome to our family, Tete

    หลังเฝ้ารอมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ในที่สุดวันที่ 30 มกราคม 2561 ครอบครัวเราก็ได้มีสมาชิกใหม่แล้ว


    ดช.นภัส วีระอาชากุล (เตเต) ออกจากท้องคุณแม่มาอยู่ด้วยกันข้างนอก ที่รพ.รามาธิบดี 9โมงเช้า แข็งแรงสมบูรณ์ดี แม้จะมีปัญหาการตั้งครรภ์ คือรกเกาะต่ำทำให้เด็กไม่กลับตัวก่อนถึงกำหนดคลอด แต่แก้ปัญหาได้ด้วยการผ่าคลอด ปลอดภัยดีทั้งแม่ทั้งลูก แค่นี้พ่อก็ดีใจมากๆแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

#RACE2016 Pattaya Triathlon 2016 (Standard Distance++)



         ผ่านการว่ายน้ำทางไกล(5)-จักรยานทางไกล(200)-วิ่งทางไกล(42) ครบตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ในใจ ก็ได้เวลามองหางานไตรกีฬาระยะ Standard ลงเสียที อยากเลือกงานที่ได้มาตรฐานเพื่อประเดิม จะได้เรียนรู้ระบบการแข่ง การเตรียมตัว และการจัดการในงาน เผื่อเวลาสำหรับซ้อมประมาณ 3 เดือนก็มาตรงกับงานพัทยาไตรกีฬาพอดี ซึ่งออแกไนซ์เจ้านี้จัดงานวิ่ง-ไตรมาได้รับผลตอบรับเรื่องมาตรฐานดีพอดู ถึงเวลาเปิดรับมีหน้าที่แค่กดให้ทันก่อนเต็ม(เร็วมาก) และข่าวดีคือได้ประเดิมงานแรกด้วยระยะแถม คือปั่น 40>53 กม. และวิ่ง 10>13 กม. เกินจากปกติ อ่ะ..คุ้มล่ะมั้งมีของแถม  ไปเตรียมตัวได้

การเตรียมตัว 

          การซ้อมก็ไม่มีไรมาก หาตารางจากเนตมาปรับให้เข้ากับตัวเรา แล้วก็บวกระยะเพิ่มไปหน่อยให้เข้ากับระยะแถม ซึ่งก็ไม่ได้ซ้อมหนักกว่าวิ่งฟลูมาราธอน แต่จำนวนครั้งถี่กว่าเนื่องจากต้องซ้อม 3 ชนิดกีฬา ปัญหาจะอยู่ที่การฟื้นตัวในแต่ละวัน แต่น่าเบื่อน้อยลงจากการได้สลับกีฬา ก็พอผ่านได้ตามโปรแกรม 

          ต่อมาที่ไม่ได้จำเป็นเหมือนการซ้อมแต่ก็เห็นหลายๆคนเตรียมกัน คือการงอกอุปกรณ์ -..- คราวนี้ก็งอกแรงหน่อยได้ของใหญ่เป็นจักรยานไตรกีฬาตัว entry level (งบได้แค่นี้) กับอุปกรณ์ติดรถเท่าที่จำเป็นนิดหน่อย หวังว่าจะได้ใช้ได้คุ้มในเร็ววัน

QR Kilo รถเดิมๆ ไม่มีอัพอุปกรณ์ใดๆ 
 
          ช่วงระหว่างซ้อมและก่อนวันงานมีเรื่องที่ค่อยดีเกิดขึ้นในชีวิตพอสมควร ถึงขนาดคิดว่าคงไม่ได้ไปร่วมงานแล้ว แต่คุณภรรยาผู้ซึ่งอยู่ในเวลาที่ยากลำบากกลับเป็นคนสนับสนุนให้ไปทำตามความตั้งใจให้สำเร็จ บอกตัวเองเลยว่าถ้าจะมาทางสายนี้การสนับสนุนและความเข้าใจจากคนใกล้ตัวสำคัญมาก เพราะฉะนั้นก็ควรจะต้องเป็นฝ่ายเห็นความสำคัญของพวกเขาให้มากด้วยเช่นกัน

          ตัดมาวันลงทะเบียนรับ BIB ก่อนวันงาน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตพัทยา นั่นแหละครับ วงเวียนที่รถติดๆน่ะแหละ ติดเข้าไปใหญ่ สถานที่กว้างขวางและดูดี Expo มีร้านมาออกเพียบเลยได้เสียเงินเพิ่มอีกนี๊ด การลงทะเบียนก็จัดการดีพอประมาณ อาจจะใช้เวลาหน่อยถ้าเทียบกับงานวิ่งเพราะของเยอะกว่า จะเสียหายนิดหน่อยก็ตรงสะกดชื่อผิดหลายคน ทั้งๆที่ข้อมูลพวกนี้ควรลิ้งกับข้อมูลที่เรากรอกสมัคร บางคนหาชื่อตัวเองไม่เจอ ส่วนผมก็ได้รับชื่อที่สะกดแบบงงๆเหมือนเอาชื่อไทยเรามาแปลงเป็นอังกฤษตามความน่าจะเป็นเอง ทั้งที่ก็กรอกของตัวเองไปตามพาสปอร์ตหรือเอกสารราชการแล้ว แต่ก็เอาน่ะรับเบอร์ได้เข้าแข่งได้ไม่มีปัญหา 

ส่วนหนึ่งของ Expo

          แว๊บออกจากงานมาไปเดินดูชายหาดตรงจุดปล่อยตัว ตามที่ตั้งใจไว้คืออยากมาลองว่ายน้ำดูก่อน เพราะห่วงเรื่องการเล็งทุ่นในน้ำตอนว่าย เนื่องจากเส้นทางว่ายเลี้ยวไปมามีรอบใน-รอบนอกอีกต่างหาก คงเพราะไม่อยากให้ยื่นไปในทะเลเยอะไป ลังเลอยู่ว่าจะลงดีไหมเพราะไม่มีคนเฝ้าของ แต่ก็ไม่ได้พกไรไปมาก เอาของไปวางไว้ใกล้ๆคณะที่อยู่กันเยอะๆ ถอดชุดแล้วก็ลงเลย วนไป 1 รอบ 750 ม.แล้วรู้สึกว่าคิดถูกที่มาลองก่อนเพราะเวลาว่ายจริงงงเรื่องทุ่นพอควรเนื่องจากมันซ้อนกันเพราะเส้นทางทบไปมา 

           ขึ้นมาจากน้ำก็เดินริมหายไปเนียนๆรอตัวแห้ง ใส่ชุดแล้วก็เดินกับไปที่ห้องลงทะเบียนรอจนเวลาบรีฟอธิบายกฏกติกาและเส้นทางการแข่งตามธรรมเนียม หลังจากได้เข้าฟังบรีฟไตรเป็นครั้งแรกแล้วก็สรุปได้ว่าถ้าอ่านศึกษากฎกติกาและเส้นทางมาจากเวปไซต์งานดีแล้ว ข้ามๆไปบ้างก็ได้ เหมือนเป๊ะเลย 555 (แต่ถ้าไม่เตรียมตัวมาเลยก็ควรต้องมาฟังให้รู้ไว้นะ)

ณ ขณะบรีฟ

           ออกจากบรีฟมาเย็นมากแล้ว รีบเดินไปเอาจักรยานที่รถไปฝากไว้ที่จุดทรานซิชัน ซึ่งระยะทางไปทางเข้าไม่ไกลมาก แต่พอเข้ามาแล้วพื้นที่จอดรถจักรยานตั้งแต่เริ่มจนสุดไกลมากกก เพราะกั้นถนนริมหาดไว้แค่เลนเดียวการแขวนจักรยานจึงต้องไล่ระยะทางไปยาวๆ น่าจะเกือบกิโลได้ ตอนทรานซิชั่นวิ่งกันสนุกจนหอบแน่เลย แขวนจักรยานเรียบร้อย เอาผ้าใบคลุมนิดนึงแล้วก็เดินกลับไปเอารถ ขับไปแวะซื้อของกินแล้วกลับที่พัก เตรียมอุปกรณ์ ติดเบอร์ เช็คความเรียบร้อย แล้วเข้านอน ซึ่งแน่นอนว่าก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนทุกทีแหละ -..-

         ปัญหาคือนอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเต้นแล้ว ฝนยังตกแรงมากจนเสียงดังตลอดคืน ขนาดใกล้เช้าแล้วก็ยังไม่หยุด เริ่มคิดว่าการแข่งจะเป็นยังไงน้อ จะได้เริ่มไหม เพราะตกขนาดนี้น้ำทะเลคงไม่ปกติ คลื่นแรงมากแน่ๆ 

          ถึงเวลาตี 4  (ตื่นก่อนนั้นนานแล้ว) ฝนยังพรำๆ แต่งตัว เก็บของออกจากห้องไปดูสภาพหน้างาน ถึงจุดจัดงานเริ่มมีคนทะยอยมาพอสมควร มองไปทางทะเลคลื่นแรงมากตามคาด ซักพักมีประกาศว่าโปรดรอฟังการตัดสินใจของผู้จัดงานว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และขอห้ามทุกคนลงน้ำก่อนเวลา นักกีฬารออยู่อย่างมีความหวัง อย่างน้อยฝนก็ไม่มีที่ท่าว่าจะตกหนักขึ้น แม้ว่าจะยังไม่หยุดตก
          สรุปว่าเพื่อความปลอดภัยจะขอเลื่อนการแข่งออกไปครึ่งชั่วโมงหรือกว่านั้นนิดหน่อย ประกาศชัดเจนแล้วทุกคนก็เริ่มเตรียมตัวกันต่อ เสร็จแล้วก็ยังเหลือเวลาเป็นชั่วโมง ในที่สุดก็จะได้เริ่มซะที ได้เวลาไปดูการปล่อยตัวกลุ่มโปรจากที่ไกลๆ แล้วก็ทะยอยเข้าไปเข้าแถวตามรอบปล่อยตัวที่แบ่งตามตามความเร็วของการว่ายน้ำ ใกล้ถึงคิวแถวสั้นลงเรื่อยๆ ตอนนั้นไม่ตื่นเต้นอย่างที่คิด คงอยากเริ่มออกตัวซะทีมากกว่า รอนานแล้ว

แน่นอนว่าไตรกีฬาต้องออกตัวด้วยการ(เดิน)ว่ายน้ำ

Swim ได้เวลาเริ่ม เนื่องจากพอปล่อยตัวสายขึ้นน้ำทะเลก็ลงไปกว่าที่ควรจะเป็น ต้องเดินลงไปในทะเลซัก 200 เมตรกว่าจะว่ายได้ ช่วงแรกว่ายเบียดกันตลอดแทบจะเกยกันเพราะนักกีฬางานนี้เยอะมากกก แม้จะพยายามเร่งแซงหรือผ่อนแรงก็ไม่ช่วยอะไรเพราะข้างหน้าและข้างหลังก็ล้วนแต่มีคนรอจะมาเกยกันไปตลอดทางช่วง 400 เมตรแรก พอหลุดช่วงแรกมาได้เริ่มสบายขึ้น คนยังเยอะแต่เริ่มมีช่องว่างให้ว่าย แต่มันก็จะมาพร้อมการว่ายกบของบางคนและช่วงเลี้ยวที่คนจะมารวมกันอยู่ชิดทุ่น ก็ยังมีฝาดแขนกันเนืองๆ 
   
          จนมาเริ่มว่ายครึ่งหลังซึ่มเป็นการเลี้ยวมารอบใน ระยะระหว่างกลุ่มว่ายเร็วและช้าเริ่มชัด ทำให้ระยะห่างมากขึ้น ครึ่งหลังจึงง่ายกว่าและสั้นกว่านิดหน่อยด้วยเพราะอยู่ด้านใน จนถึงเวลาจะขึ้นฝัง เวลาผ่านไปเกือบ 40 นาที น้ำลงมากขึ้นอีก คราวนี้เดินกันยาวๆ น่าจะเกิน 300เมตร ลดระยะทางว่ายไปพอสมควร 

          แต่ แต่ แต่ สุดยอดดราม่างานนี้ของผมเกิดขึ้นทันทีเมื่อยกนาฬิกาขึ้นเช็คเวลา แล้วพบว่าตัวเรือนการ์มิน 920xt หลุดไปจากสายที่ข้อมือ วินาทีนั้นคืออึ้ง นิ่ง เกิดอะไรขึ้น... ผมใช้ชุด Quick release ที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่นสำหรับนาฬิกาไตรกีฬา ให้หมุนถอดตัวเรือนออกจากสายรัดข้อมือได้เพื่อย้ายไปติดตั้งที่จักรยาน แบบที่หมุนไมล์การ์มินตระกูล Edge เข้าออกขาจับ ซึ่งมันสะดวกมากเวลาซ้อม ไม่ต้องคอยก้มดูที่ข้อมือเวลาปั่นจักรยาน ทั้งสะดวกและปลอดภัยไม่ต้องละสายตาจากถนนเวลาปั่น และมันก็หนาแน่นดีชนิดที่ถ้าไม่ตั้งใจปลด ไม่น่าจะออกจากข้อมือได้เอง แต่ แต่ แต่ ว่ายน้ำวันนี้เบียดคนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จังหวะที่เบียดกัน กระแทกกัน อาจมีแขนหรือขาใครซักคนที่ว่ายอยู่ใกล้ๆมากดตรงข้อมือ ในองศาที่พอดีจนบิดเรือนหน้าปัด หลุดออกจากข้อมือได้ 

ชุด Quick release ที่ช่วยให้เอานาฬิกาออกจากข้อมือได้ง่าย(ไปหน่อย)

          ตลอดเวลาที่วิ่งขึ้นจากน้ำไปทรานซิชัน คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจากนี้ไปเอาไงดี เสียดายและเสียใจก็เรื่องนึง แต่ตอนนี้ไม่มีอุปกร์ที่เป็นมาตรวัดแล้ว จะออกกำลังหนัก เบา แค่ไหนก็บอกไม่ได้ ไปเร็วยังไง หนักหรือเบาเกินไปหรือเปล่า เบื้องต้นคือ วันนี้เอาไงดี? จะไม่ไปต่อ ก็ไม่ใช่ ทั้งที่เตรียมตัวมาขนาดนี้ ต้องลงแรง เงิน เวลา มาขนาดนี้จะให้เลิกตอนนี้ ต้องไม่สิ ถ้าจะไปต่อแล้วจะเอายังไง เรื่องเวลาคงต้องช่างมัน บอกอะไรไม่ได้ คิดว่าไตรแรกแค่จบสวยๆไม่เจ็บไม่เข้าที่โหล่ก็โอเคมั้ง ส่วนเรื่องหนัก-เบาก็ต้องใช้เช็คความรู้สึกตัวเองเอา เอาน่า วิ่งจบฟลูแรกยังไม่มีนาฬิกา GPS ใช้ด้วยซ้ำ มันต้องไปได้ คนที่มาเข้าร่วมวันนี้บางคนก็ไม่เห็นใส่นาฬิกาเลยก็ยังมี เค้าก็เล่นแบบมีความสุขได้ 

          ตลอดเวลาวิ่งไปทรานซิชันอันยาวนาน(เพราะไกลมาก) ถือว่าเป็นจังหวะเหมาะที่ได้ใช้เวลาคิดได้คุยกับตัวเอง จนเริ่มเข้าจุดจอดจักรยานความคิดก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง เก็บอุปกรณ์ว่ายน้ำ ใส่อุปกรณ์จักรยาน วิ่งเข็นจักรยานออกไป ป่ะเราไปปั่นจักรยานเล่นในพัทยา ไปให้ถึง(เขต)สัตหีบเลย

ว่ายน้ำเสร็จน้ำลงไปเยอะแล้ว เดินขึ้นกันยาวๆ
ที่ข้อมือมีแต่สายไม่มีเรือนนาฬิกาแล้ว T-T

Bike เข็นจักรยานมากระโดดขึ้นใส่รองเท้าบนรถ ซึ่งวันนี้เหมาะมากเพราะทางในทรานซิชันไกล ถ้าใส่วิ่งมาคงวิ่งลำบาก เริ่มปั่นไปสังเกตุเห็นน้ำขังบนถนนเป็นระยะๆ ดูท่าทางจะไม่ใช่วันที่ทำความเร็วได้เต็มที่เท่าไหร่ ยิ่งช่วงผ่าน walking street พื้นเป็นคอปเบิลสโตนไม่เรียบ ต้องชะลอเป็นพักๆ 

          พอพ้นมาตัดเข้าถนนเส้นใหม่แถวนาจอมเทียนเริ่มปั่นกันได้เต็มที่ พยายามรักษาความเร็วไว้โดยอ้างอิงจากคันข้างๆที่ความเร็วใกล้กัน วันนี้ไม่มีไมล์ ไม่รู้ทั้งความเร็วทั้งรอบขา ทั้งหัวใจ อยากเน้นประคองไปก่อน เพราะ 53 กิโลที่แถมเพิ่มให้ดูไกลมากกว่าเดิม ระหว่างนี้คงบอกระยะหรือเวลาไม่ได้ตลอดทาง เน้นใช้ความรู้สึก 

          ตลอดเส้นทางปั่นการปิดถนนทำได้ดีทีเดียว การประสานงานและแบ๊คอัพน่าจะดีมาก เพราะจัดแข่งช่วงวันหยุดยาว การปิดถนนเมืองท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ธรรมดา เส้นทางรองและเลียบชายหาดปิดได้ 100% เส้นสุขุมวิทสายหลักปิดได้รวม 4 ช่องจราจร และดูแลตามทางแยกได้ดี ปั่นสบาย (แค่สงสารคนมาเที่ยวนิดหน่อย เพราะรถติดสุดๆ) จุดกลับตัวยาวไปถึงบางเสร่เลยป้ายหน้าสวนนงนุชไปหน่อย มีจุดรับน้ำแจกเป็นกระบอกใหม่ให้เลย 

          ขากลับถนนไม่ดีเท่าขาไปแต่ไม่ถึงกับมีปัญหา ระยะห่างแต่ละคันเริ่มมาก รู้สึกปั่นได้นิ่งกว่าเดิม สูดควันรถเยอะขึ้นเพราะกั้นถนนมานาน รถสะสมขึ้นเรื่อยๆทั้งสองฝั่ง จนวกออกจากสุขุมวิทถึงกลับมาโล่งสบาย สรุปตลอดช่วงปั่นนอกจากเรื่องถนนเปียกบ้างแล้วเป็นประเภทกีฬาที่สบายที่สุด ถึงจุดลงรถกระโดดลงแล้วเข็นไปเก็บ เปลี่ยนรองเท้า แล้วออกตัววิ่ง

มีขึ้น-ลงสะพานข้ามแยก นอกนั้นเรียบตลอดเส้นทาง

Run ช่วงขาไปเส้นทางจัดให้วิ่งบนทางเท้าผั่งเรียบชายหาดพื้นเป็นบล๊อคคอนกรีตให้สะเทือนเท้าเล็กๆ ข้อดีคือมองเห็นทะเลไปจนถึงพัทยาใต้เลย ระหว่างทางจุดให้น้ำ-เกลือแร่และฟองน้ำมีอย่างเพียงพอและถี่ (ตลอดทาง 7-8 จุด) 

          ช่วง 5 กม.แรกเป็นทางราบไปจนถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย จากนั้นก็เริ่มขึ้นเขาพระตำหนักซึ่งชันมากสำหรับคนที่ซ้อมวิ่งแต่ทางราบมา 75%เซฟแรงโดยการเดินขึ้นกัน เราก็พยายามจ๊อกไปช้าๆเพราะเห็นว่าสภาพยังดี หอบกำลังดีตอนขาขึ้น 

ถึงจะเดินกันเยอะ แต่ทุกคนจะวิ่งตอนเจอพี่ตากล้อง

          พอเริ่มเป็นขาลงบนเขาแอบมีทางเทรลเล็กๆให้วิ่งไปตามสวนป่า มีลอดอุโมง มีลงบันได แต่ทางมีร่มเงาและเย็นเหมือนเป็นช่วงพัก วิ่งวนไปตามทางแบบงงทิศหน่อยๆก็พาตัดมาเข้าเส้นลงเขาที่ร่วมทางกับเส้นทางจักรยานขากลับ คราวนี้ไม่มีร่มเงาและไอแดดเริ่มร้อนแม้จะยังมีเมฆมากเพราะเลย 10 โมงแล้ว ก่อนจะพาตัดเข้าสู่ walking street เป็นช่วงสุดท้าย พยายามวิ่งให้คงที่ไว้ แต่หาคนตามเพื่อคงความเร็วลำบาก เพราะระยะช่วงท้ายแล้วห่างแต่ละคนเยอะ 

มีทางให้มุดเข้าสวน

          ช่วงกม.สุดท้ายแทบไม่ได้แซงใครและไม่ต้องกลัวใครแซง เพราะคนโล่งแล้ว ใกล้เส้นชัยบรรยากาศยังสนุกสนาน พิธีกรและกองเชียร์ยังแรงดี วิ่งเข้าเส้นชัยได้แบบสบายๆยังไม่หมด เพิ่งรู้ว่าเค้าจะคอยขึงแถบกั้นไว้ให้นักกีฬาทุกคนได้รู้สึกว่าผ่านเส้นชัยไปแล้ว และเราไม่ลืมชูมือกับแผ่นป้ายเผื่อจะได้ภาพสวยๆกับเค้ามั่ง 

งานดีไม่ดีส่วนหนึ่งเราตัดสินกันที่รูปสวย :P

          พ้นจากผ่านเส้นชัย หิวมากเพราะสายแล้วก็ต้องตระเวณหาของกินในงาน ซึ่งบอกได้ว่าอุดมสมบูรณ์มาก (เทียบกับงานวิ่งFull marathon ใหญ่ๆก็ยังเยอะกว่า) มีน้ำมะพร้าวแจกกันเป็นลูกๆ อาหารบริการแบบงานออกร้าน ซึ่งน่าจะพอเพียงกับนักกีฬา เพราะกว่าจะเก็บของออกอีกชัวโมงให้หลังก็ยังเห็นมีให้กิน (ถ้าท่านเล่นได้ตามเวลามาตรฐานอยู่บ้าง ถ้าแบบ 5-6 ชม.+ งานไหนๆก็คงต้องทำใจว่าเค้าจะเก็บบูทกลับไปแล้ว) 
           งานยังมีบริการอ่างน้ำเย็นแช่น้ำแข็งขนาดใหญ่ไว้บริการ ได้ไปทดลองใช้แล้วก็พบว่ามันสบายดีหลังออกกำลังมานานๆ สดชื่น และดีกับการฟื้นสภาพมากกว่าที่คิด เพราะหายปวดเมื่อยเร็ว วันหลังเจอจะแช่อีกแน่นอน พักแช่อยู่ 20 นาทีได้ รู้สึกไอแดดแรงมากเพราะเป็นริมทะเลตอนเกือบ 11 โมงแล้ว แวะไปเก็บของที่จุดจอดจักรยานแล้วเข็นกลับ มีการถ่ายรูปและวีดีโอเก็บไว้เป็นบันทึกเผื่อว่าจะเกิดปัญหาของหายหรือสลับภายหลัง ก็เป็นการดูแลที่ดีเรื่องสุดท้ายของทีมผู้จัดงาน

เหรียญสวย ปลาโลมาน่ารัก

Pro 
- เส้นทางดี ปี2016ได้รับรางวัลของระดับเอเซีย ก็ต้องบอกว่าสมรางวัล รับได้ไม่อายใคร ท้าทายและหลากหลายเป็นประสบการณ์ดีๆของนักกีฬา
- การจัดการและมาตรฐานดี สากลระดับหนึ่ง เตรียมการดี เอนเตอร์เทนนักกีฬาดีสุดๆ 
- น้ำอาหารอุดมสมบูรณ์ ทั้งระหว่างแข่งและหลังแข่ง 

Con
- เนื่องจากรับนักกีฬาเยอะ ก็จะมีสิ่งที่ตามมาคือความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆจากจำนวนคน
- ทรานซิชั่นไกลมากกก อันนี้ก็เนื่องจากจำนวนคน และข้อจำกัดของสถานที่ 
- และเนื่องจากมันใหญ่มาก ทำให้คนที่ไม่ใช่นักกีฬาเดินมาในทรานซิชั่นได้ นอกจากจะวุ่นเพิ่มแล้ว ความปลอดภัยก็ลดลง
- ระยะแถมเกินมาตรฐานมาอีกเกือบ 1 ใน 3 คงไม่ใช่งานที่จะมาเอาสถิติได้ แต่ถ้าจะขยับระยะแข่งให้ยาวขึ้นนี่น่ามาลอง

          สรุปแล้วไตรระยะ standard ครั้งแรกก็มีอะไรคาดไม่ถึงเยอะมากสมกับการเป็นครั้งแรกจริงๆ ทั้งดีและก็ไม่ดี เล่นจบระยะนี้ก็พอจะบอกคนอื่นได้ว่าเราเป็นนักไตรกีฬาแล้วมั้งนะ แต่แน่นอนมันก็เหมือนหลักไมล์อื่นๆของชีวิต ความทรงจำดีๆจะยังอยู่แม้เวลาจะผ่านไปนาน (ที่พิมพ์นี่ครบปีพอดี) ยังไงซะที่สุดแล้วมันก็จะผ่านไป และก็จะมีหลักอื่นๆผ่านเข้ามาเพิ่ม อยู่ที่ว่าเราเรียนรู้อะไรได้จากหลักเหล่านั้นบ้างไหม 

          ตอนจบงานนี้ใหม่ๆได้โพสข้อความเพิ่มบน FB ไป กลับมาอ่านดูก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหลักนี้ของชีวิตแล้วกัน  

          "ไตรกีฬาบอกให้คนเล่นรู้ว่า ทุกคนต่างมีจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง แม้เราจะทำไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง แต่เราก็มีศักยภาพพอจะทำในบางอย่าง บางสิ่ง ที่บางคนคิดว่าไม่มีทางทำได้ และถ้าพยายามมากพอ ทุกคนก็ผ่านเส้นชัยของตัวเองได้ทั้งนั้น"

ปล.ลาก่อน 920xt คิดถึงแกนะ และสวัสดี fenix3 ไปต่อด้วยกันไปนานๆล่ะ



วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

Couse review : การฝึกไตรกีฬาขั้นต้น หลักสูตรเติมให้เต็ม

 
รุ่น 11 เมษายน 2559


         จากที่ทางสมาคมไตรกีฬาแห่งประเทศไทยมีโครงการฝึกสอนให้ความรู้ด้านการเล่นไตรกีฬาให้กับบุคคลทั่วไปที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ(?) เช่นเราๆ ทำให้ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมตามความตั้งใจที่จะหาความรู้เพิ่มเติมหลังจากได้มาลองเล่นกีฬาชนิดนี้แล้วรู้สึกชอบ และอยากพัฒนาตัวเองเพื่อไปลงเล่นในระยะที่ไกลขึ้น(Standard) จากเงื่อนไขด้านเวลาและสถานที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากเกินไป เลยมาลงตัวกับหลักสูตรนี้



          หลักสูตรเติมให้เต็มมีเปิดสอนทุกเดือน ใช้สถานที่ฝึกบริเวณหาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีระยะเวลาในการฝึกสองวัน(เสาร์-อาทิตย์) แบ่งเป็นภาคเช้าและบ่าย รวม 4 ช่วง มีรายละเอียด ดังนี้

-                วันที่ 1 ช่วงเช้า [ว่ายน้ำในสระ] เริ่มเวลาประมาณ 9.00 น. ที่สระว่ายน้ำโรงแรมสินสยาม พูดคุยทำความรู้จักแนะนำตัวกันระหว่างผู้ฝึกและผู้สอนเล็กๆน้อยๆ จากนั้นเปลี่ยนชุดลงสระว่ายน้ำ ครูจะให้ลองว่ายน้ำทีละคน คนละ 1 รอบในท่าฟรีสไตล์เพื่อดูทักษะที่มีอยู่เดิม เมื่อทราบแล้วจะแนะนำในสิ่งที่แต่ละคนยังต้องได้รับการเรียนและฝึกเพิ่ม และให้จับคู่กับนักกีฬาเยาวชน/อดีตทีมชาติที่เป็นผู้ช่วยฝึกสอนซึ่งจะคอยแนะนำตามความเหมาะสมตลอดช่วงเวลาที่ฝึกในสระ หากเพิ่งเริ่มต้นว่ายน้ำหรือยังไม่มีพื้นฐานมากจะได้ฝึกพื้นฐานเบื้องต้นอย่างการตีขา การหมุนไหล่และแขน การหายใจ การใช้อุปกรณ์ช่วยฝึกอย่าง poolbuoy ฯลฯ หากสามารถว่ายน้ำได้ระดับหนึ่งแล้วจะได้รับการแนะนำเพื่อปรับสโตรกและท่าทางการว่าย โดยเน้นประสิทธิภาพ ความถูกต้องของท่าทาง ให้เหมาะสมกับการว่ายใน Open water อย่างละเอียดแบบดูกันรอบต่อรอบที่ว่าย ปรับไปเรื่อยๆทีละรอบ จนกว่าจะอยู่ตัวเป็นที่พอใจทั้งสองกลุ่ม (รวมๆกันว่ายไป 2 km.ได้) จะไปสิ้นสุดการฝึกช่วงเช้าประมาณ 12.00 น.

พูดคุยกันก่อนเริ่มต้นวัน

ลงสระ ว่ายเพื่อดูสกิลแต่ละคน

แยกฝึกว่ายตามพื้นฐาน

ปรับสโตรกกันรอบต่อรอบ

บรรยากาศในสระตลอดช่วงเช้า

-                วันที่ 1 ช่วงบ่าย [ว่ายน้ำในทะเล] รวมตัวบริเวณชายหาดประมาณ 14.30 น. อธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างของการว่ายในสระและทะเลเล็กน้อย ระหว่างนี้ผู้ช่วยครูฝึกจะไปผูกทุ่นในทะเลเพื่อช่วยเป็นบอกระดับความลึก เป็นแนวเล็งทิศสำหรับการว่าย และเป็นสัญลักษณ์เตือนเรือและเจตสกีไม่ให้เข้าใกล้เพื่อความปลอดภัยของการเรียน จากนั้นเราก็เดินลงทะเลไปฝึกการลอยตัวและพื้นฐานคล้ายกับที่ฝึกในสระ โดยว่ายไป-กลับเข้าออกฝั่ง จุดประสงค์เพื่อให้คุ้นเคยกับการว่ายน้ำในทะเล ที่จะมีปัจจัยต้องคำนึงมากกว่าอย่างคลื่น ทัศนวิสัย กำหนดทิศทาง (และความเค็มจนลิ้นชา) หากมีประสบการณ์แล้วจะมาว่ายไป-กลับทุ่นที่ผูกไว้ก็ได้ โดยจะมีน้องๆผู้ช่วยฝึกคอยว่ายตามและแนะนำเพิ่มเติม เหนื่อยก็สามารถขึ้นมาพักแล้วค่อยลงไปใหม่ได้จนพอใจ ใช้เวลาจนถึงเกือบ 17.00 น. ก็ขึ้นจากทะเลมาสรุปและนัดแนะกิจกรรมของวันที่สอง ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน

หาดแม่พิมพ์เงียบสงบ น้ำใส แต่แดดแรงกว่ารูปสามเท่าได้

ลงทะเลเพื่อความคุ้นเคยกับ Open water

ทุ่นแรกอยู่ในระยะยืนถึง มีคายัคแสตนด์บาย

-                วันที่ 2 ช่วงเช้า [จักรยาน] นัดพบกัน 7.00 น. บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ใกล้วังสุดหาดแม่พิมพ์ ทางครูและน้องๆผู้ช่วยมาเตรียมสถานที่จำลองจุด Transition ด้วยการปูพรมและตั้งที่แขวนจักรยานไว้ก่อนแล้ว ประกอบจักรยานของตัวเองแล้วนำไปแขวนรอหรือปั่นวอร์มเล่นซัก 5-10 นาที แล้วมารวมตัวกัน (สำหรับใครที่ยังไม่มีจักรยาน Roadbike สามารถแจ้งล่วงหน้าให้ครูช่วยเตรียมให้ได้) วันนี้ครูเริ่มจากแนะนำและสาธิตการออกแรงปั่นจักรยานอย่างถูกวิธีหรือพื้นฐานการควงขา (กด-ปาด-ดึง-ไส) แล้วขึ้นปั่นโดยประกอบรถเข้ากับเทรนเนอร์ซ้อมจักรยาน ให้ทดลองปั่นอยู่กับที่ประมาณ 15 นาที แล้วลงมาปั่นรอบลานแบบเน้นควงขาและรอบที่เหมาะสมตามที่ได้เรียน 

เช้ามามี Transition area รออยู่กลางลาน

วอร์มเสร็จแล้วมาเริ่มเรียนพื้นฐานการปั่น

ขึ้นเทรนเนอร์อย่างเป็นระเบียบ (ปั่นเทรนเนอร์กลางแจ้งเป็นภาพหายาก)

             ช่วงเช้านี้รูปแบบการฝึกจักรยานจะเป็นบรีฟสั้นๆสอนทักษะที่จำเป็นสำหรับการปั่นจักรยานถนนเป็นชุด โดยมีน้องๆผู้ช่วยสอนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง สลับกับปั่นรอบลานเพื่อทดลองสกิลชุดนั้นๆ ตัวอย่างชุดสกิลที่ฝึกเช่น การเข้าโค้งซ้าย-ขวา การจับแฮนด์ในตำแหน่งต่างๆ การพักก้นด้วยการยืนระหว่างปั่น การปล่อยมือปั่นจักรยาน 1-2 มือ การหยิบขวดน้ำเพื่อดื่ม ฯลฯ มีการสอนการเปลี่ยนชนิดกีฬาและอุปกรณ์ใน transition แสดงการขึ้นจักรยานเพื่อออกตัวและการลงจากจักรยานแบบที่ใช้ในการแข่งขัน ก่อนจะปิดช่วงสุดท้ายโดยให้ฝึกการคุมรถโดยการปั่นซิกแซกสลับกรวยที่ตั้งไว้ โดยค่อยๆลดระยะระหว่างกรวยลง และฝึกการทรงตัวให้นิ่งโดยปั่นให้ช้าที่สุด สิ้นสุดการฝึกช่วงเช้าประมาณ 11.00 น.

รวมตัวกันบรีฟสั้นๆ 

น้องๆสาธิตเป็นตัวอย่าง

ปั่นเสร็จก็บรีฟอีกเป็นรอบๆสลับกัน

Transition technique ได้เห็นของจริงแล้วลองทำเป็นก็ที่นี่ หลังจากกลัวมานาน

ซิกแซกกับทรงตัวนิ่งๆเป็นพื้นฐานที่ไม่เคยซ้อมมาก่อน ยากกว่าที่คิด

-                วันที่ 2 ช่วงบ่าย [วิ่ง+สรุป] มารวมตัวกันอีกครั้งหลังอาหารกลางวันเวลา 13.00 น. ที่ส่วนจัดเลี้ยงด้านหลังโรงแรมสินสยาม(อยู่ในร่ม) ในส่วนการวิ่งเริ่มจากครูจะมาอธิบายหลักเบื้องต้นของการวิ่ง เน้นการวิ่งระยะไกลในที่นี้คือตั้งแต่ 5 km. ขึ้นไป จากนั้นจะให้ผู้เข้าฝึกมาวิ่งบน Treadmill เพื่อดูฟอร์มการวิ่งทีละคน เพื่อชี้จุดยังไม่ถูกหลักควรปรับแก้ไข แต่ในที่นี้ครูอธิบายได้ว่าจังหวะการวิ่งเป็นสิ่งเฉพาะบุคคล บางคนก้าวยาว-สั้น รอบขาช้า-เร็ว จะไม่เหมือนกันก็ถือเป็นเรื่องปกติ ที่ควรสนใจปรับคือท่าทางการวิ่งให้เข้ากับรูปแบบที่ถูกต้อง หลักสำคัญคือทำอย่างไรเราจึงจะใช้แรงน้อยที่สุด เพื่อไปได้ไกลที่สุด หรือไปได้เร็วตามที่ตั้งใจ ที่สำคัญเพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บจากการวิ่ง

เริ่มส่วนการวิ่ง

ทีละคนเหมือนเดิม ฟอร์มวิ่งเก๋ๆก็จะได้วิ่งโชว์เยอะหน่อย

               จากนั้นจะสอนการยืดเหยียดแบบมีการเคลื่อนไหว (Dynamic stretching) และท่า Drill เพื่อจัดท่าทางให้ถูกต้องก่อนเริ่มวิ่ง โดยให้ฝึกตาม 5 ท่า ท่าล่ะ 3-5 เที่ยว แล้วเปลี่ยนบรรยากาศออกไปวิ่งวนรอบสระเก็บน้ำใต้ร่มไม้ระยะทางประมาณ 1 km. เพื่อให้ได้ทดลองวิ่งในท่าที่ปรับมา ปิดท้ายด้วยการซ้อม Drill เน้นยกเข่าโดยยันตัวกับกำแพง ซึ่งเป็นท่าที่นำไปซ้อมได้บ่อยในที่แคบอย่างในห้องหรือหน้ากระจกเพื่อเช็คความถูกต้อง เป็นอันจบส่วนของการวิ่ง จากนั้นยังมีการสอนทฤษฎีเกี่ยวกับจักรยานอีกเล็กน้อย อย่างการถอดใส่ล้อ การใช้เกียร์ ฯลฯ เสริมจากภาคเช้าที่เน้นปฏิบัติจริง และมีสรุปกิจกรรมกันอีกเล็กน้อย เป็นอันจบการฝึกทั้งหมดที่เวลาประมาณ 16.00 น.

ยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว

Drill 

Outdoor running แม้บ่ายสองแต่มีร่มไม้ก็ไม่มีปัญหา

ดูเรื่องอุปกรณ์จักรยานอีกนิดหน่อยก่อนสรุปจบ

          ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นสำหรับข้อดีและข้อสังเกตของการเข้าร่วมฝึกกิจกรรมนี้ จากมุมมองของผู้มีโอกาสได้รับการฝึกตามหลักสูตร ผมเองออกกำลังกายแบบ Multisports ทั้งสามชนิดมาเพียงประมาณ 8-9 เดือน (ณ เม.ย.59) ผ่านการเล่นไตรกีฬามาเพียงระยะสปรินท์ ซึ่งถือว่าเป็นมือใหม่ และในแต่ละกีฬาที่เล่นไม่เคยได้รับการฝึกสอนอย่างเป็นขั้นตอน ความรู้และวิธีการซ้อมส่วนใหญ่ได้จากการสอบถามผู้มีประสบการณ์และค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เนตเพียงเท่านั้น จึงไม่อาจเปรียบเทียบกับหลักสูตรใดๆได้ เป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคลครับ

-           - เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้เบื้องต้น เหมาะกับตั้งแต่ผู้เริ่มต้นที่เพิ่งสนใจยังไม่เคยมีประสบการณ์เลยจนถึงระดับพอมีประสบการณ์มาแล้วแต่อยากได้รับความรู้เพิ่มเติม ครูผู้สอนมีประสบการณ์ยาวนานทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะผู้ฝึกสอนนักกีฬาระดับเยาวชน/ทีมชาติ ทำให้การสอนและการอธิบายเข้าใจง่าย พื้นฐานที่จำเป็นครบถ้วน

-           - หลักสูตรสอนทฤษฎีไม่มาก (ทางครูต้องการให้ไม่เกิน 10%)  ทำให้ไม่น่าเบื่อ เน้นภาคปฎิบัติเยอะให้ได้เรียนรู้จากของจริง (เหมาะกับวัยกลางคนสมาธิไม่ยาวแบบผมมาก) หากอยากเรียนแบบเลคเชอร์ทางครูแจ้งว่าจะมีเปิดหลักสูตรสอนให้เพิ่มเติมให้สามารถมาเข้าร่วมได้

-           - หากเป็นผู้มีประสบการณ์เล่นไตรกีฬามาในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งที่ได้จากการเรียนภาคทฤษฎีอาจเป็นความรู้ที่ท่านมีอยู่แล้ว แต่ในภาคปฎิบัติการได้มาร่วมกิจกรรมกับน้องๆเยาวชน/อดีตทีมชาติ การได้คำแนะนำ เทคนิก และการตอบคำถามที่ได้รับเพื่อไปพัฒนาตัวเองยิ่งๆ ขึ้นมีค่าแน่นอน เชื่อว่าคุ้มค่าครับ

-          - จำนวนที่เปิดรับต่อรุ่นไม่เกินประมาณ 10 คน ได้ประสิทธิภาพสูง บรรยากาศสบายเป็นกันเอง

-           - น้องๆระดับเยาวชนที่มาช่วยฝึกกระตือรือล้นมาก พลังงานเหลือเฟือ เพราะน้องก็มาเข้าแคมป์เก็บตัวเตรียมแข่งเหมือนกัน ช่วงพักมีติดเล่นกันตามวัยนิดหน่อยพอสนุกสนาน

-           - สามารถมาลงฝึกซ้ำได้ตามต้องการเมื่อมีการฝึกในรอบต่อๆไป ไม่จำกัด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (มาแก้สโตรกกันซะให้พอ -o-)

-           - เนื่องจากเวลามีจำกัด อีกทั้งแนวทางหลักสูตรมีความยืดหยุ่นปรับกันตามความเหมาะสมกับผู้ฝึก ในส่วนรายละเอียดการฝึกของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย (แต่มาซ้ำได้เรื่อยๆอยู่แล้ว)

-           - ได้รู้จักเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องคอเดียวกัน หาเพื่อนไปงานวิ่ง 5-10 โลอาจไม่ยาก แต่จะหาคนไปว่าย/ปั่น/วิ่ง ตากแดด ตากลมทั้งวันนี้ไม่ง่ายเลย เจอคนที่คุยกันรู้เรื่องสนุกนะครับ

-           - อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยว แต่แหลมแม่พิมพ์หน้าร้อน แดดแรงมาก ว่ายน้ำชุดเปิดไหล่ครึ่งวันไหล่ไหม้ นอนตะแคงไม่ได้ ตอนนี้ลอกแล้วเรียบร้อย (T-T) 

              ข้อมูลและรายละเอียดหลักสูตรสามารถดูได้จาก http://www.thaitri.org/ สนใจมาสนุกกับไตรกีฬาด้วยกันได้ครับ

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Audax 200 BRM Tha-Chin

Audax 200 BRM Tha-Chin (ท่าจีน)
เส้นทางบางใหญ่ จ.นนทบุรี - บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ระยะทาง 200 KM. / ช่วงเวลา 7.00-16.35 น.

บรรยากาศดีๆน่าคิดถึง

     เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรก (BRM) ตรงกับวันตรุษจีนของปี 2559 น่าจะเป็นเหตุให้มีผู้มาร่วมกิจกรรมไม่มาก แม้ว่าจุดปล่อยตัวอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อบต.บางรักพัฒนา ใกล้ๆบางใหญ่ การเตรียมการของผู้จัด BBCC เรียบร้อยดีมาก แม้สถานที่บริเวณที่ทำการอบต.จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็เตรียมที่จอดรถให้จนพอเพียง ข้าวต้มตอนเช้าก่อนปล่อยตัวก็อร่อยด้วย ^^

     ออกตัวตามเวลา 7.00 ต้องค่อยๆทยอยออกเพราะเส้นที่เป็นซอยเข้าแคบนิด แต่แค่ช่วงสั้นๆ หลังจากนั้นก็ไปตามถนนคสล.สภาพดีๆยาว แต่พอแยกออกเข้าเส้นรอง เจอถนนขรุขระเข้าไปแถมลูกระนาดเป็นช่วงๆ รถสั่นสุดๆจนถึงกับกระติกน้ำเลื่อนออกจากขากระติกหล่น ก่อนจะทันเบรกเพื่อเก็บก็พบว่ารถบรรทุกที่ขับตามมาเหยียบทับแตกเรียบร้อย กระติกเดียวที่พกมาไปซะตั้งแต่สิบกิโลแรก อืม วันนี้คงยาวนานเป็นพิเศษ

กะเวลาเดินทางไม่ถูกมาตั้งแต่ยังมืด สติเข้าร่างตอนจะปล่อยตัว

     ระหว่างทางช่วง 50 กิโลแรกยังไปกันได้สบายๆ ร้านค้าข้างทางยังมี แวะซื้อน้ำขวดใส่แทนพอได้ แค่ต้องคอยระวังหน่อยเพราะขวดเล็ก ต้องคำนวณระยะทางให้ดีๆ ลมพัดแรงพอดู แต่ช่วงเริ่มต้นยังปั่นกันเกาะกลุ่ม ไปกันได้เรื่อยๆจน Checkpoint 1 

     ช่วง CP1-CP2 นี่เป็นของจริงของวันเลย เส้นทางใกล้เลียบแม่น้ำ สองข้างทางค่อนข้างโล่ง ลมแรงมาก เพิ่งเคยปั่นตอนที่มีลมแรงขนาดนี้ ลมแรงขนาดไม่กล้าปล่อยมือเดียวไปหยิบขวดน้ำและขนมกินระหว่างทาง กลัวคลุมรถไม่อยู่ ตัดสินใจไม่ได้ว่าปั่นตามให้คนอื่นยังลมแต่เสียงเกี่ยวกันล้มเพราะเซ กับปั่นเดี่ยวแล้วต้องฝ่าลมไปเองอันไหนเหมาะกว่า ก็พยายามลองดูทั้งสองแบบสลับกันไป ช่วงซักกิโล 75-85 น่าจะยากที่สุด เพิ่งเคยปั่นแบบเข้าเกียร์จานหน้าใบเล็ก จานหลังใบกลางๆ ทั้งที่ถนนเป็นทางราบตลอด แถมกดจนสุดแรงแล้วความเร็วไปได้ 20 km./h. หลายๆคนมีท้อ ก็ปลอบใจกันไปว่าขากลับลมมันคงจะส่งเรามั่งละน่า ลากไปจน CP2 วางแผนพักกันยาวนิด 

โล่งๆ ยาวๆ ลมๆ
Cr. BBCC

     ออกจาก CP2 มองหาร้านข้าวกินเนื่องจากที่ CP2 ร้านน้อยคิวยาว แต่ แต่ แต่ วันนี้วันตรุษจีน ร้านหยุดกันระนาว ขนาดวนไปตลาดแถวนั้นยังแทบไม่มีร้านเปิด ที่เปิดก็โดนชาวจักรยานจับจองนั่งกันเต็มร้าน สรุปที่พึ่งก็ต้องเป็น 7-11 ไม่ได้กินข้าวกล่อง 7-11 นานแล้วเหมือนกัน เอาซะให้หายคิดถึง หลังกลับตัวมาอีกฝั่งแม่น้ำ คราวนี้ลมส่งที่รอคอยก็มาช่วยดันหลังซักที อัดยาวๆครับ โซโล่เดียวได้แบบไม่ต้องหากลุ่มเพื่อตาม แต่ก็ตามกลุ่มเล็กไปห่างๆอยู่นะ จะได้ไม่เหงาไป ยาวได้จน CP3 มีกล้วยกองสูงๆและหมี่ผัดสีชมพูสดใสรออยู่ กินไปนึกถึงอาหารเต็มโต๊ะมื้อกลางวันตรุษจีนไป 55+

ไม่ได้ปั่นถึง 200 km. มาครบปีพอดีแป๊ะ

     ออกจาก CP3 เหลืออีก 50 km. สุดท้ายปรากฎว่าไม่มีลมส่งแล้ว ไม่แน่ใจว่าเส้นทางไม่เรียบแม่น้ำแล้ว หรือลมหยุดพัก ขาดตัวช่วยก็พยายามคงความเร็วไปเรื่อยๆ แต่เร่งมากไม่ได้หมดแรง เข้าใจว่าช่วงต้านลมตอนเช้าดูดพลังไปเยอะ ประคองไปเรื่อยๆ พอเข้า 20 กิโลสุดท้ายมองไปไม่มีคนปั่นใกล้ๆเลยต้องปั่นไปอ่านคิวชีทไป ได้ความเป็น Audax เอาช่วงสุดท้ายนี่แหละ กดไปเรื่อยๆพอมีกลุ่มเล็กตามมาทันก็อาศัยเกาะไปห่างๆจนถึงจุด Finnish ลงเวลาแล้วเห็นว่าจบเร็วกว่าที่คิดนิดหน่อย เลยไปเปลี่ยนรองเท้าวิ่งมาจ๊อกกิ้งทำเป็นซ้อม Brick แต่รู้สึกว่าจะได้โลเดียวก็ขี้เกียจ(หรือหมด) เก็บอุปกรณ์ ขับกลับบ้านพักผ่อน 
จบงานนี้ก็ได้รู้ว่าเซนเซอร์ระยะการ์มินทำระยะหายไป 5% เอาไว้ขึ้นเทรนเนอร์พอ

     ไม่ได้ Audax มานาน ก่อนมาก็ซ้อมแค่ 60-70 km. ก็ยังพอไหว คงเป็นเพราะเพิ่งจบฟูลมาราธอนที่จอมบึงไป ระบบ Endurance ยังอยู่ตัว ปวดก้นปวดคอก็ตามปกติ ปีนี้คงจะหาโอกาศกลับมา Audax อีกตามที่โอกาสอำนวย แต่ยังตามความตั้งใจเดิม One day race เท่านั้น ไม่อดนอนปั่นข้ามคืนเน้อ

     สรุป Audax 200 BRM Tha-Chin เน้นปั่นเส้นเลียบแม่น้ำท่าจีน ถนนดีเรียบ 99% รถน้อย มีโค้งเยอะไม่น่าเบื่อ เส้นทางราบตลอด ควรจะเป็น Audax ที่ง่ายที่สุดในประเทศไทย เว้นแต่ว่าวันตรุษจีนลมแรงมาก++ (อาจเรียกลมแถวสุวรรณภูมิได้ว่าลมพัดเอื่อยๆ)

     รำลึกความหลัง 1 ปีพอดีกับ Audax ครั้งล่าสุดคือ 200 อยุธยา ก่อนจะรถล้มเข้ารพ. การปั่นจักรยาน 200 KM. ก็ไม่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แค่ไม่ยากมากเท่าเดิมแค่นั้นเอง