วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Amazing Thailand Marathon (ATM) 2020

Amazing Thailand Marathon (ATM) 2020 [Full 4:07 h.]


ก่อนวิ่ง
- สมัครไว้ตั้งแต่ตุลา19 เพื่อนๆนัดรวมตัว วิ่งในกรุงเทพไม่ต้องเดินทาง ไปๆ
- อุ่ย มี Race ใหญ่ปลายเดือน กพ. เอาก็เอา คิดซะว่าซ้อมวิ่งยาว (ยาวไปนะ)
- อุ่ย ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ก็ฝุ่นหนัก วิ่งกลางแจ้งไม่ได้ ต้องตื่นก่อนฟิตเนตเปิดมาจองลู่ แล้วก็วิ่งเป็นหนูถีบจักร 3 ชม.+ก็มี
- อุ่ย ว่าย+ปั่นก็ต้องซ้อมให้ถึง มีปัญหาฟื้นตัวไม่ทัน เจียนเจ็บอยู่ก็หลายที
- อุ่ย ไวรัสระบาด ควรหลีกเลี่ยงที่คนเยอะ ใส่หน้ากากวิ่งก็ไม่ไหว
- แต่ก็ไป -..-

ชาวฟลูและฮาร์ฟ หน้าสนามราชมังฯ
ตอนวิ่ง
- ดีแฮะ ปล่อยตัวราชมังฯ ไกลหน่อย แต่ลงไปวิ่งเหยียบหญ้าซักทีก็รู้สึกดีจริง
- เดี๋ยวนะ จุดพลุตอนตี 3 คนวิ่งตื่นเต้น ส่วนคนไม่วิ่งตื่นนอน(มาอวยพร) แน่ๆ
- ออกตัวตามระบบ จับเวลาเป็นบล็อกไม่เหมือนใคร แฟร์ แต่ไม่บอกกันก่อนหน่อยเหรอ มารู้ตอนจบ

เราก็ออกตัวพร้อมหน้ากากอนามัย
- ปิดถนน 100% แต่เทียบกับจำนวนนักวิ่ง แคบไป ปล่อยตัวฟลูพร้อมฮาร์ฟด้วย
- 1 สะพาน 2 สะพาน 3 สะพาน 4....... พอขี้เกียจนับ
- 10 โลแรก วิ่งได้ตามแผนเป๊ะ แต่ทำไมไล่ pacer ไม่ทันซักที? มันควรมาทันแถวๆนี้สิ
- 20 โล ฮาร์แยกไปแล้ว ถนนโล่งซักที น่าจะมองเห็นธงเวลาได้แล้วนะหลังผ่านสะพาน
- เดี๋ยวนะ 21 โลแล้ว วิ่งเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้มาครึ่งทาง ทำไมก็ยังไล่ไม่ทัน
- 26 โลแล้ว ทันจนได้ จะได้ผ่อนลงหน่อย แต่ทำไมยังเร็วกว่าเพซเฉลี่ยตามเวลา งง
- 31 โล กลับตัวซักที เจอ Food station ใหญ่มากใหญ่ที่สุดที่เคยเจอ อยากแวะจัง แต่เพิ่งไล่ทัน pacer เอง ต้องประคองเวลาสิ
- เฮ้ย pacer เดินกินไอติม เฮ้ยๆ มีเดินไปเข้าห้องน้ำด้วย รอกันอีกต่างหาก
- เออ เร็วไปต้องคุมเวลาสินะ -.-
- โฉบหยิบไอติมแท่งที่ 3+เจลซองที่ 3 แล้ววิ่งต่อ ไปก่อนก็ดี อัดมาเยอะเผื่อชนกำแพงตอนหลัง ยังพอเดินได้
- 36 โล ไม่มีกำแพงเมื่อเราซ้อมถึง(ขี้โม้) แต่ความเร็วเริ่มตกจริง โอเคๆ ยังประคองได้ นานๆมองหลังที เผื่อโดนไล่ทัน
- ช่วงขึ้นเนินต่อๆกันบนพระราม 8 ช่างกล้องเลือกตำแหน่งดีมาก คุมทุกเนิน จะไม่ให้เดินขึ้นสินะ ก็ได้ๆ

การดักรอของช่างภาพบนทางชันช่วยเสริมความสารถในการวิ่งได้

- 41 โล ลงทางยกระดับแล้ว อีกโลเดียว แต่ทำไม pacer ไม่เห็นตามมา
- ทำไมไม่เห็นเส้นชัยของฟลูเหมือนระยะอื่น อืม หักเลี้ยวเข้าถนนสายรอง ไม่เป็นไร ขอไม่เบียดพอ
- จบซักที เฮ่
- เหรียญมา เสื้อมารอเลย ดีฮะ ไม่ต้องต่อคิวแล้ว เหนื่อยแล้ว


หลังวิ่ง
- ใส่มาพอดีมากๆ หมดแรงหลังเข้าเส้นแบบแทบร่วง อืมๆเวลาดีกว่าที่ตั้งใจ ต้องขอบคุณ pacer ที่เร่งมาสิ!?
- ไหนตั้งใจจะจ๊อกต่อหลังจบ ซ้อมวิ่งยาวไง ไม่ไหวจริงๆฮะ ยืดเหยียดยังแย่
- เอ ผู้จัดเจ้านี้ปกติมีบ่อแช่น้ำแข็งนี่นา เดินหาไมไม่เห็น อืม ช่างมัน ช่วงนี้ไวรัสระบาด ไม่แช่อาจดีกว่า (เห็นว่ามีบ่อรวมอยู่ลานคนเมือง)
- รับอาหาร กินไม่ลง ยกสปอนเซอร์กินได้ 2-3 คำ เลี่ยนมาก สงสัยยัดน้ำตาลจากเจลไปเยอะ ไม่เคยกินเจลเยอะขนาดนี้
- แต่ยังกินไอติมได้นะ
- ตามหาเพื่อนที่วิ่งจบแล้ว ต้องเดินไปลานคนเมือง เอ่าไปๆ
- ลานคนเมืองคนเป็นหมื่น แรงก็ไม่มี เริ่มรู้สึกงอแงง กลับก่อนดีกว่า
- จบได้ดีกว่าเป้า มาดูกันว่า recovery สมบูรณ์ทันปลายเดือนไหม


ลองมา ถ้า อยากลองวิ่งงานเมเจอร์ไทยที่กรุงเทพ มีปัญหาจุกจิกบ้าง แต่ไม่มีหลุดมาตรฐาน / รูปสวย แจก ผ่านแลนด์มาร์กกรุงเทพเยอะ
ไม่ต้องมา ถ้า อยากวิ่งทางราบ มองหาสนามง่าย เล็งPB / กลัวฝุ่น กลับมาทุกปีแน่ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนช่วงจัดงาน (อัพเดทปี 2021 เลื่อนงานเป็นปลายเดือน มี.ค.)

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562

Countdown 4 weeks to TOA Tri. Saikhatak ความพยายามค่อยๆกลับไปยืนจุดเดิม



    ป้ายยาไป ป้ายยากลับไม่โกง อืม… กรรมมีจริง หรือเป็นผลของการกระทำ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ก็โดนมากับตัว เมื่อวันนึงเพื่อนที่เคยไปป้ายๆเค้าไว้ตั้งแต่ยุคก่อน เก่งขึ้นจนแซงเราไป แล้วเป็นฝ่ายมาป้ายเรากลับ (ในวันที่เราโรยรา -.-)


    ตั้งแต่จบฮาร์ฟไปตอนต้นปี ได้ PB แล้วก็หมดไฟตามสูตร กลับมาออกกำลังกายก๊อกแก๊กเพื่อสุขภาพและความเจริญอาหารเหมือนเดิม อย่างน้อยๆก็น่าจะตลอดหน้าร้อน จนกระทั่งเพื่อนทักมา แจ้งว่าจะลงงานไตรขยับไประยะ STD แล้ว ตามที่ได้ยุมันไปนาน แหมๆ เห็นตารางซ้อมพี่เค้าก็น่าจะไประยะไกลกว่านี้ได้นานแล้ว มาเลือกลงตอนกลางหน้าร้อนพอดีนะ เช็คสถานที่ ช่วงเวลา ดูแล้วน่าจะ Visa ผ่านได้ไม่ยาก อ่ะตามไปให้กำลังใจเพื่อนในสนามแล้วกัน (ถ้าไล่มันทันนะ)

   ดึงสติกลับมาซ้อมแบบพยายามเข้าโปรแกรม นับดูจากก่อนสงกรานต์เหลือเวลาประมาณ 1 เดือน กะว่าสงกรานต์พอซ้อมยาวๆเรียก Endurance คืนมาบ้าง พอหมดสงกรานต์ค่อยเข้าโปรแกรม ก็ไปสตาร์ทเอาช่วงหลัง 4 สัปดาห์สุดท้ายเอา เพราะไงๆก็คงได้เท่านี้ แล้วมาปรับนิดหน่อยตามสภาพหน้างาน

ก่อนหน้า 4 สัปดาห์ซ้อมอะไร

Mon : Rest
Tue : Run steady 13.5 km.
Wed : Weight
Thu : Swim 2,200 m. + Bike 25 min. 10x60 sec. Turbo 30 se. Rest
Fri : Rest
Sat : Run long 16 km. + Swim 1,200 m.
Sun : Bike 70 min.

    ตามตารางที่ใช้เป็นช่วงสัปดาห์ผ่อน เพื่อเตรียมรับเฟสสุดท้ายที่หนัก แต่เนื่องจากเราตามมาทีหลัง ยังไม่เหนื่อยสะสม เลยพยายามเอาตารางช่วงสัปดาห์ก่อนมาประยุกต์ และเนื่องจากไงๆก็อยากพัก 2 วันก็เลยต้องเพิ่มพีเรียดบ้าง จนเริ่มมีอาการป่วยนิดๆ น่าจะภูมิลดลงเพราะไม่ได้หนักมานาน คงต้องมีปรับลดบ้างในสัปดาห์หน้า

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

#RACE2019 กำแพงแสนฮาร์ฟมาราธอน



    ถึงวันกลับถิ่นฐาน สถาบันที่เรียนมา วันรับ BIB ออกเลยกะว่าสบายๆ กว่าจะไปถึง พระอาทิตย์จะตกแล้ว ที่ลงทะเบียนจัดแบบง่าย กันเองๆ นัดแนะไปคุยกับเพื่อนๆที่มางานเดียวกัน อืมก็หลายคนอยู่นะ ถึงวัยทำกิจกรรมดูแลสุขภาพ ดี๊ดี
   แวะเข้าที่พักเก็บของที่สวนแสนปาล์ม บรรยากาศต่างจากที่คิดไว้นิดหน่อย แต่พักได้ไม่มีปัญหา ออกแนวที่จัดสัมมนาข้าราชการ ออกมากินข้าว คุยแลกเปลี่ยนสนุกเล็กๆน้อยๆ ดูต่างกันเตรียมตัววิ่งดี อยากกลับไปนอนไวๆกัน

    เช้าวันงาน ตื่นได้ตามเวลา (นอนหลับน้อยตามปกติ)  แต่ร้างออกงานนาน ลืมเตรียมของไปกินระหว่างทางวิ่ง เลยต้องขอขนมปังคุณภรรยาแบกไปหนึ่งก้อน ถึงงานเอาจักรยานพับมากางให้ตุ๊กตาปั่นแก้เบื่อ แล้ววอร์มได้ไม่ถึง 5 นาทีก็ต้องไปเตรียมตัว มองหาเพื่อนระยะฮาร์ฟไม่เจอใคร ยังมาวิ่งระยะนี้กันน้อย
 
    เข้ากลุ่มยืนเตรียมตัว วันนี้อากาศดี เย็นเบาๆ ฝุ่นน้อยกว่าในเมืองมาก ตามเวลาต้องออกตัว 5.30 น. ปล่อยตัวเลทไปนิดหน่อยไม่ถึง 5 นาที ถือว่ารับได้ ก็ออกวิ่งมาเพซประมาณ 6 เริ่มแบบเบาๆก่อน ไล่ไปเกาะกลุ่ม pacer 2 ชม. ตั้งใจตามไปซักพัก (แอบหวังว่าจบก่อน 2 ชม.) ระหว่างทางมีช่วงมืดสลับสว่าง ไปได้เรื่อยๆ กลุ่มที่เกาะมาด้วยกันมีประมาณ12-15คน วิ่งกันนิ่งๆ พอถึงจุดให้น้ำที่ 2 ช่วง 4 km. สังเกตุตัวเองแล้วยังเร่งได้อีกหน่อย ประกอบกับต้องเผื่อเวลา กินน้ำกินขนมช่วงหลัง เลยค่อยๆเร่งทีละนิดผละแซงจากกลุ่มมา
แล้วพยายามมองหาคนเพซพอๆกันประกบ ประมาณ 5.15 จนฟอร์มกลุ่ม 4 คน เกาะกันไปได้อีก ถึงกิโลที่ 8 ความเร็วกลุ่มเริ่มตกนิดๆ พยายามรักษาความเร็วไว้ กลับพบว่าคนอื่นๆไม่ตาม ก็เลยต้องแยกกัน

    ช่วงวิ่งเดี่ยวๆประมาณกิโล 9 พระอาทิตย์ขึ้น พอดีกับที่ไปเจอกับแถวหลังของระยะมินิ ซึ่งคนเยอะมาก ทำความเร็วเริ่มลำบาก ก็พยายามคงเพซที่ไหวแช่ไปเรื่อยๆ มีบางช่วงต้องแช่ขวาสุดขอบทาง ยิ่งไม่กล้าลดความเร็ว กลัวคนข้างหลังแซงไม่ได้ แต่พอกลับมาออกถนนหลักเส้นหลังซึ่งกว้าง 8 ม.แล้วก็วิ่งได้ตามปกติ



    ช่วงกิโล 20 เห็นเหลือระยะทางไม่มากแล้ว พยายามเร่งอีกรอบ คราวนี้ใส่สุด(มาดูท่าลงเท้าทีหลัง ค่อนข้างแย่นะ) กะว่าจะไม่มาวิ่งระยะนี้แบบตั้งใจทำความเร็วอีกนาน ก็กะใส่เอา PB ตอนนี้เพซคงไม่เกิน 5 ไล่มาจนถึงเส้นได้แบบยังสภาพดี แต่ แต่ แต่ สิ่งที่รู้อยู่แล้วคือระยะมันจะขาดไป 500 ม.ได้ หลังรับเหรียญเลยต้องหลบมาวิ่งต่อ จนระยะครบ (ดูตลก เพราะคนอื่นวิ่งคูลดาวน์) สรุปได้ PB แบบไม่ได้วิ่งรวดเดียว -..-




    ตามขั้นตอน คูลดาวน์ หาน้ำและขนมกิน งานนี้ของกินดีอยู่ แยกระยะให้ระหว่างฮาร์ฟและอื่นๆ แต่ของกินออกร้านรวมก็ต่อคิวนิดนึง แวะคุยกะเพื่อน ทักทาย ถ่ายรูปกันนิดหน่อย แล้วก็แยกย้าย เราก็กลับไปอาบน้ำ เก็บของ แวะมากินข้าวร้านประจำตั้งแต่สมัยเรียน ก่อนจะแยกย้าย

    สรุปrace งานจัดดีระดับนึงแม้จะดูบ้านๆไปนิด ชิปไม่มี แต่ระบบโอเค มีปัญหานิดหน่อยตรงคนเยอะเพราะนิสิตลงแล้วได้ชั่วโมงกิจกรรม เลยมาเดินเล่นถ่ายรูปกันพอสมควร นักวิ่งจริงจังก็อาจจะติดหน่อยๆบางช่วง ระบบงานกันเอง ดีตรงแยกระยะฮาร์ฟไว้ชัดเจน ของกินไม่ขาด จุดให้น้ำดีแต่มีเกลือแร่และผลไม้จุดเดียว ซึ่งที่จริงก็พอนะถ้ารู้ล่วงหน้าแล้วเตรียมตัวมา ส่วนตัวงานนี้เตรียมตัวได้ตามตั้งใจ ผลวันวิ่งจริงเลยออกมาดี เป็นที่พอใจมากกก องค์ประกอบอื่นๆล้วนเป็นใจ อย่างอากาศเย็นสบาย ทางราบตลอดทาง วิ่งอยู่แต่ในวิทยาเขต กั้นรถเลยง่าย แถมรู้เส้นทาง เกลี่ยแรงได้ดี หวังว่าจะหาโอากาสมากันอีก   



วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561

(Try) Back to Endurance work



    ตั้งแต่ก่อนปีใหม่เจ้าลูกชายตัวน้อยก็ได้ไปเป็นเด็กชายชาวเหนือ อยู่น่านกับคุณยายเรียบร้อย พ่อกับแม่ก็สลับกันไปหาแทน (T.T) จากนั้นก็ได้บริหารเวลาใหม่อีกครั้ง ตามความตั้งใจก็อยากจะกลับไปใช้เวลาส่วนนึงเล่นกีฬาแบบที่เคยก่อนหน้า


    ด้วยความที่ห่างหายไปพักใหญ่ๆ การพยายามจะดึงตัวเองกลับไปทางเดิม (ที่มันเหนื่อยยากลำบากกว่าปัจจุบัน) มันไม่ง่ายแฮะ ถึงแม้ว่าจะยังคงพยายามรักษาการออกกำลังกายไว้สม่ำเสมอสัปดาห์ล่ะ 2-3 ครั้ง แต่เวลากับความหนักมันลดลงจนเรียกได้ว่าเป็นการ “ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” มาปีกว่าๆ กับอายุที่มากขึ้นอีกหน่อย-ถ้าไม่รู้สึกไปเอง หลัง 35 นี่ฟื้นตัวช้าลงแล้วนะ- การจะดึงวินัยและความตั้งใจกลับมาเร็วสุดคงต้องขอเลียนแบบหลายๆคน สมัครลงงานวิ่งโลด


    มองหางานที่จะลงด้วยปัจจัยง่ายๆไม่กี่อย่าง
- ระยะวิ่งพอเป็นไปได้ ด้วยปัจจุบันนั้นเหลือวิ่งเต็มที่ก็ประมาณ 10 กม. ระยะที่เหมาะตอนนี้คงฮาร์ฟ
- ระยะไม่ไกลจากกรุงเทพ จากปัญหาฝุ่นตอนนี้ กรุงเทพไม่ใช่ตัวเลือก แต่โดยปกติก็มักมีระยะเดินทางไม่เกิน 200 กม. กะว่าขับรถยังสบาย ไม่เมื่อย ส่งผลให้วันจริงปวดขาปวดหลัง
- ชวนภรรยาไปด้วย เอาที่ที่เธอคลิ๊กด้วยง่าย เพราะเข้าใจว่าไปรออย่างเดียวน่าเบื่อ

    สรุปจากปัจจัย ชวนไปวิ่งงานที่มหาวิทยาลัยเก่าที่เรียนกันมาน่าจะลงตัวสุด ลงงานวิ่งฮาร์ฟที่ม.เกษตร กำแพงแสน นครปฐม ยังมีข้อดีอย่างมีโอกาสได้เจอเพื่อนบางคนที่หันมาออกกำลังกายเหมือนกัน รู้จักสถานที่ดี ที่กิน ที่นอน

    โอเคนะ ลงงานแล้ว ลงตัวแล้ว ก็ไปซ้อมซะ!



วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

หน้าที่สนุกๆของคุณพ่อ (1)

แรกเกิด

- ติดต่อเรื่องที่เกี่ยวข้องในโรงพยาบาล
- แจ้งเกิดและเดินเรื่องทางทะเบียนราษฎร์
- ให้กำลังใจคุณแม่บ่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่คุณแม่มีเรื่องให้กังวลมาก
- รับแขกบ้างนิดๆหน่อยๆ
- พาคุณแม่คุณลูกกลับบ้าน




3 เดือนแรก

- อุ้มกอด
- อาบน้ำ (ในวันที่หยุด อาบละเอียดและนานกว่า)
- ทำแผลที่หัว
- จัดการเรื่องนม คุณแม่ปั้มเราเก็บ
- ป้อนนมบางมื้อเพื่อคุณแม่จะได้หลับบ้าง
- เปลี่ยนผ้าอ้อม
- ซื้อของที่เกี่ยวกับลูกเข้าบ้าน (คุณแม่ยังออกไปช๊อปไม่ได้)
- ตัดผม โกนผม
- กล่อมนอนบางวัน

- พาเดินเล่นตอนเย็นๆ (หลังคอแข็งแล้ว)


วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

Welcome to our family, Tete

    หลังเฝ้ารอมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ในที่สุดวันที่ 30 มกราคม 2561 ครอบครัวเราก็ได้มีสมาชิกใหม่แล้ว


    ดช.นภัส วีระอาชากุล (เตเต) ออกจากท้องคุณแม่มาอยู่ด้วยกันข้างนอก ที่รพ.รามาธิบดี 9โมงเช้า แข็งแรงสมบูรณ์ดี แม้จะมีปัญหาการตั้งครรภ์ คือรกเกาะต่ำทำให้เด็กไม่กลับตัวก่อนถึงกำหนดคลอด แต่แก้ปัญหาได้ด้วยการผ่าคลอด ปลอดภัยดีทั้งแม่ทั้งลูก แค่นี้พ่อก็ดีใจมากๆแล้วครับ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

#RACE2016 Pattaya Triathlon 2016 (Standard Distance++)



         ผ่านการว่ายน้ำทางไกล(5)-จักรยานทางไกล(200)-วิ่งทางไกล(42) ครบตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ในใจ ก็ได้เวลามองหางานไตรกีฬาระยะ Standard ลงเสียที อยากเลือกงานที่ได้มาตรฐานเพื่อประเดิม จะได้เรียนรู้ระบบการแข่ง การเตรียมตัว และการจัดการในงาน เผื่อเวลาสำหรับซ้อมประมาณ 3 เดือนก็มาตรงกับงานพัทยาไตรกีฬาพอดี ซึ่งออแกไนซ์เจ้านี้จัดงานวิ่ง-ไตรมาได้รับผลตอบรับเรื่องมาตรฐานดีพอดู ถึงเวลาเปิดรับมีหน้าที่แค่กดให้ทันก่อนเต็ม(เร็วมาก) และข่าวดีคือได้ประเดิมงานแรกด้วยระยะแถม คือปั่น 40>53 กม. และวิ่ง 10>13 กม. เกินจากปกติ อ่ะ..คุ้มล่ะมั้งมีของแถม  ไปเตรียมตัวได้

การเตรียมตัว 

          การซ้อมก็ไม่มีไรมาก หาตารางจากเนตมาปรับให้เข้ากับตัวเรา แล้วก็บวกระยะเพิ่มไปหน่อยให้เข้ากับระยะแถม ซึ่งก็ไม่ได้ซ้อมหนักกว่าวิ่งฟลูมาราธอน แต่จำนวนครั้งถี่กว่าเนื่องจากต้องซ้อม 3 ชนิดกีฬา ปัญหาจะอยู่ที่การฟื้นตัวในแต่ละวัน แต่น่าเบื่อน้อยลงจากการได้สลับกีฬา ก็พอผ่านได้ตามโปรแกรม 

          ต่อมาที่ไม่ได้จำเป็นเหมือนการซ้อมแต่ก็เห็นหลายๆคนเตรียมกัน คือการงอกอุปกรณ์ -..- คราวนี้ก็งอกแรงหน่อยได้ของใหญ่เป็นจักรยานไตรกีฬาตัว entry level (งบได้แค่นี้) กับอุปกรณ์ติดรถเท่าที่จำเป็นนิดหน่อย หวังว่าจะได้ใช้ได้คุ้มในเร็ววัน

QR Kilo รถเดิมๆ ไม่มีอัพอุปกรณ์ใดๆ 
 
          ช่วงระหว่างซ้อมและก่อนวันงานมีเรื่องที่ค่อยดีเกิดขึ้นในชีวิตพอสมควร ถึงขนาดคิดว่าคงไม่ได้ไปร่วมงานแล้ว แต่คุณภรรยาผู้ซึ่งอยู่ในเวลาที่ยากลำบากกลับเป็นคนสนับสนุนให้ไปทำตามความตั้งใจให้สำเร็จ บอกตัวเองเลยว่าถ้าจะมาทางสายนี้การสนับสนุนและความเข้าใจจากคนใกล้ตัวสำคัญมาก เพราะฉะนั้นก็ควรจะต้องเป็นฝ่ายเห็นความสำคัญของพวกเขาให้มากด้วยเช่นกัน

          ตัดมาวันลงทะเบียนรับ BIB ก่อนวันงาน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตพัทยา นั่นแหละครับ วงเวียนที่รถติดๆน่ะแหละ ติดเข้าไปใหญ่ สถานที่กว้างขวางและดูดี Expo มีร้านมาออกเพียบเลยได้เสียเงินเพิ่มอีกนี๊ด การลงทะเบียนก็จัดการดีพอประมาณ อาจจะใช้เวลาหน่อยถ้าเทียบกับงานวิ่งเพราะของเยอะกว่า จะเสียหายนิดหน่อยก็ตรงสะกดชื่อผิดหลายคน ทั้งๆที่ข้อมูลพวกนี้ควรลิ้งกับข้อมูลที่เรากรอกสมัคร บางคนหาชื่อตัวเองไม่เจอ ส่วนผมก็ได้รับชื่อที่สะกดแบบงงๆเหมือนเอาชื่อไทยเรามาแปลงเป็นอังกฤษตามความน่าจะเป็นเอง ทั้งที่ก็กรอกของตัวเองไปตามพาสปอร์ตหรือเอกสารราชการแล้ว แต่ก็เอาน่ะรับเบอร์ได้เข้าแข่งได้ไม่มีปัญหา 

ส่วนหนึ่งของ Expo

          แว๊บออกจากงานมาไปเดินดูชายหาดตรงจุดปล่อยตัว ตามที่ตั้งใจไว้คืออยากมาลองว่ายน้ำดูก่อน เพราะห่วงเรื่องการเล็งทุ่นในน้ำตอนว่าย เนื่องจากเส้นทางว่ายเลี้ยวไปมามีรอบใน-รอบนอกอีกต่างหาก คงเพราะไม่อยากให้ยื่นไปในทะเลเยอะไป ลังเลอยู่ว่าจะลงดีไหมเพราะไม่มีคนเฝ้าของ แต่ก็ไม่ได้พกไรไปมาก เอาของไปวางไว้ใกล้ๆคณะที่อยู่กันเยอะๆ ถอดชุดแล้วก็ลงเลย วนไป 1 รอบ 750 ม.แล้วรู้สึกว่าคิดถูกที่มาลองก่อนเพราะเวลาว่ายจริงงงเรื่องทุ่นพอควรเนื่องจากมันซ้อนกันเพราะเส้นทางทบไปมา 

           ขึ้นมาจากน้ำก็เดินริมหายไปเนียนๆรอตัวแห้ง ใส่ชุดแล้วก็เดินกับไปที่ห้องลงทะเบียนรอจนเวลาบรีฟอธิบายกฏกติกาและเส้นทางการแข่งตามธรรมเนียม หลังจากได้เข้าฟังบรีฟไตรเป็นครั้งแรกแล้วก็สรุปได้ว่าถ้าอ่านศึกษากฎกติกาและเส้นทางมาจากเวปไซต์งานดีแล้ว ข้ามๆไปบ้างก็ได้ เหมือนเป๊ะเลย 555 (แต่ถ้าไม่เตรียมตัวมาเลยก็ควรต้องมาฟังให้รู้ไว้นะ)

ณ ขณะบรีฟ

           ออกจากบรีฟมาเย็นมากแล้ว รีบเดินไปเอาจักรยานที่รถไปฝากไว้ที่จุดทรานซิชัน ซึ่งระยะทางไปทางเข้าไม่ไกลมาก แต่พอเข้ามาแล้วพื้นที่จอดรถจักรยานตั้งแต่เริ่มจนสุดไกลมากกก เพราะกั้นถนนริมหาดไว้แค่เลนเดียวการแขวนจักรยานจึงต้องไล่ระยะทางไปยาวๆ น่าจะเกือบกิโลได้ ตอนทรานซิชั่นวิ่งกันสนุกจนหอบแน่เลย แขวนจักรยานเรียบร้อย เอาผ้าใบคลุมนิดนึงแล้วก็เดินกลับไปเอารถ ขับไปแวะซื้อของกินแล้วกลับที่พัก เตรียมอุปกรณ์ ติดเบอร์ เช็คความเรียบร้อย แล้วเข้านอน ซึ่งแน่นอนว่าก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนทุกทีแหละ -..-

         ปัญหาคือนอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเต้นแล้ว ฝนยังตกแรงมากจนเสียงดังตลอดคืน ขนาดใกล้เช้าแล้วก็ยังไม่หยุด เริ่มคิดว่าการแข่งจะเป็นยังไงน้อ จะได้เริ่มไหม เพราะตกขนาดนี้น้ำทะเลคงไม่ปกติ คลื่นแรงมากแน่ๆ 

          ถึงเวลาตี 4  (ตื่นก่อนนั้นนานแล้ว) ฝนยังพรำๆ แต่งตัว เก็บของออกจากห้องไปดูสภาพหน้างาน ถึงจุดจัดงานเริ่มมีคนทะยอยมาพอสมควร มองไปทางทะเลคลื่นแรงมากตามคาด ซักพักมีประกาศว่าโปรดรอฟังการตัดสินใจของผู้จัดงานว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และขอห้ามทุกคนลงน้ำก่อนเวลา นักกีฬารออยู่อย่างมีความหวัง อย่างน้อยฝนก็ไม่มีที่ท่าว่าจะตกหนักขึ้น แม้ว่าจะยังไม่หยุดตก
          สรุปว่าเพื่อความปลอดภัยจะขอเลื่อนการแข่งออกไปครึ่งชั่วโมงหรือกว่านั้นนิดหน่อย ประกาศชัดเจนแล้วทุกคนก็เริ่มเตรียมตัวกันต่อ เสร็จแล้วก็ยังเหลือเวลาเป็นชั่วโมง ในที่สุดก็จะได้เริ่มซะที ได้เวลาไปดูการปล่อยตัวกลุ่มโปรจากที่ไกลๆ แล้วก็ทะยอยเข้าไปเข้าแถวตามรอบปล่อยตัวที่แบ่งตามตามความเร็วของการว่ายน้ำ ใกล้ถึงคิวแถวสั้นลงเรื่อยๆ ตอนนั้นไม่ตื่นเต้นอย่างที่คิด คงอยากเริ่มออกตัวซะทีมากกว่า รอนานแล้ว

แน่นอนว่าไตรกีฬาต้องออกตัวด้วยการ(เดิน)ว่ายน้ำ

Swim ได้เวลาเริ่ม เนื่องจากพอปล่อยตัวสายขึ้นน้ำทะเลก็ลงไปกว่าที่ควรจะเป็น ต้องเดินลงไปในทะเลซัก 200 เมตรกว่าจะว่ายได้ ช่วงแรกว่ายเบียดกันตลอดแทบจะเกยกันเพราะนักกีฬางานนี้เยอะมากกก แม้จะพยายามเร่งแซงหรือผ่อนแรงก็ไม่ช่วยอะไรเพราะข้างหน้าและข้างหลังก็ล้วนแต่มีคนรอจะมาเกยกันไปตลอดทางช่วง 400 เมตรแรก พอหลุดช่วงแรกมาได้เริ่มสบายขึ้น คนยังเยอะแต่เริ่มมีช่องว่างให้ว่าย แต่มันก็จะมาพร้อมการว่ายกบของบางคนและช่วงเลี้ยวที่คนจะมารวมกันอยู่ชิดทุ่น ก็ยังมีฝาดแขนกันเนืองๆ 
   
          จนมาเริ่มว่ายครึ่งหลังซึ่มเป็นการเลี้ยวมารอบใน ระยะระหว่างกลุ่มว่ายเร็วและช้าเริ่มชัด ทำให้ระยะห่างมากขึ้น ครึ่งหลังจึงง่ายกว่าและสั้นกว่านิดหน่อยด้วยเพราะอยู่ด้านใน จนถึงเวลาจะขึ้นฝัง เวลาผ่านไปเกือบ 40 นาที น้ำลงมากขึ้นอีก คราวนี้เดินกันยาวๆ น่าจะเกิน 300เมตร ลดระยะทางว่ายไปพอสมควร 

          แต่ แต่ แต่ สุดยอดดราม่างานนี้ของผมเกิดขึ้นทันทีเมื่อยกนาฬิกาขึ้นเช็คเวลา แล้วพบว่าตัวเรือนการ์มิน 920xt หลุดไปจากสายที่ข้อมือ วินาทีนั้นคืออึ้ง นิ่ง เกิดอะไรขึ้น... ผมใช้ชุด Quick release ที่ออกแบบมาเฉพาะรุ่นสำหรับนาฬิกาไตรกีฬา ให้หมุนถอดตัวเรือนออกจากสายรัดข้อมือได้เพื่อย้ายไปติดตั้งที่จักรยาน แบบที่หมุนไมล์การ์มินตระกูล Edge เข้าออกขาจับ ซึ่งมันสะดวกมากเวลาซ้อม ไม่ต้องคอยก้มดูที่ข้อมือเวลาปั่นจักรยาน ทั้งสะดวกและปลอดภัยไม่ต้องละสายตาจากถนนเวลาปั่น และมันก็หนาแน่นดีชนิดที่ถ้าไม่ตั้งใจปลด ไม่น่าจะออกจากข้อมือได้เอง แต่ แต่ แต่ ว่ายน้ำวันนี้เบียดคนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จังหวะที่เบียดกัน กระแทกกัน อาจมีแขนหรือขาใครซักคนที่ว่ายอยู่ใกล้ๆมากดตรงข้อมือ ในองศาที่พอดีจนบิดเรือนหน้าปัด หลุดออกจากข้อมือได้ 

ชุด Quick release ที่ช่วยให้เอานาฬิกาออกจากข้อมือได้ง่าย(ไปหน่อย)

          ตลอดเวลาที่วิ่งขึ้นจากน้ำไปทรานซิชัน คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจากนี้ไปเอาไงดี เสียดายและเสียใจก็เรื่องนึง แต่ตอนนี้ไม่มีอุปกร์ที่เป็นมาตรวัดแล้ว จะออกกำลังหนัก เบา แค่ไหนก็บอกไม่ได้ ไปเร็วยังไง หนักหรือเบาเกินไปหรือเปล่า เบื้องต้นคือ วันนี้เอาไงดี? จะไม่ไปต่อ ก็ไม่ใช่ ทั้งที่เตรียมตัวมาขนาดนี้ ต้องลงแรง เงิน เวลา มาขนาดนี้จะให้เลิกตอนนี้ ต้องไม่สิ ถ้าจะไปต่อแล้วจะเอายังไง เรื่องเวลาคงต้องช่างมัน บอกอะไรไม่ได้ คิดว่าไตรแรกแค่จบสวยๆไม่เจ็บไม่เข้าที่โหล่ก็โอเคมั้ง ส่วนเรื่องหนัก-เบาก็ต้องใช้เช็คความรู้สึกตัวเองเอา เอาน่า วิ่งจบฟลูแรกยังไม่มีนาฬิกา GPS ใช้ด้วยซ้ำ มันต้องไปได้ คนที่มาเข้าร่วมวันนี้บางคนก็ไม่เห็นใส่นาฬิกาเลยก็ยังมี เค้าก็เล่นแบบมีความสุขได้ 

          ตลอดเวลาวิ่งไปทรานซิชันอันยาวนาน(เพราะไกลมาก) ถือว่าเป็นจังหวะเหมาะที่ได้ใช้เวลาคิดได้คุยกับตัวเอง จนเริ่มเข้าจุดจอดจักรยานความคิดก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง เก็บอุปกรณ์ว่ายน้ำ ใส่อุปกรณ์จักรยาน วิ่งเข็นจักรยานออกไป ป่ะเราไปปั่นจักรยานเล่นในพัทยา ไปให้ถึง(เขต)สัตหีบเลย

ว่ายน้ำเสร็จน้ำลงไปเยอะแล้ว เดินขึ้นกันยาวๆ
ที่ข้อมือมีแต่สายไม่มีเรือนนาฬิกาแล้ว T-T

Bike เข็นจักรยานมากระโดดขึ้นใส่รองเท้าบนรถ ซึ่งวันนี้เหมาะมากเพราะทางในทรานซิชันไกล ถ้าใส่วิ่งมาคงวิ่งลำบาก เริ่มปั่นไปสังเกตุเห็นน้ำขังบนถนนเป็นระยะๆ ดูท่าทางจะไม่ใช่วันที่ทำความเร็วได้เต็มที่เท่าไหร่ ยิ่งช่วงผ่าน walking street พื้นเป็นคอปเบิลสโตนไม่เรียบ ต้องชะลอเป็นพักๆ 

          พอพ้นมาตัดเข้าถนนเส้นใหม่แถวนาจอมเทียนเริ่มปั่นกันได้เต็มที่ พยายามรักษาความเร็วไว้โดยอ้างอิงจากคันข้างๆที่ความเร็วใกล้กัน วันนี้ไม่มีไมล์ ไม่รู้ทั้งความเร็วทั้งรอบขา ทั้งหัวใจ อยากเน้นประคองไปก่อน เพราะ 53 กิโลที่แถมเพิ่มให้ดูไกลมากกว่าเดิม ระหว่างนี้คงบอกระยะหรือเวลาไม่ได้ตลอดทาง เน้นใช้ความรู้สึก 

          ตลอดเส้นทางปั่นการปิดถนนทำได้ดีทีเดียว การประสานงานและแบ๊คอัพน่าจะดีมาก เพราะจัดแข่งช่วงวันหยุดยาว การปิดถนนเมืองท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ธรรมดา เส้นทางรองและเลียบชายหาดปิดได้ 100% เส้นสุขุมวิทสายหลักปิดได้รวม 4 ช่องจราจร และดูแลตามทางแยกได้ดี ปั่นสบาย (แค่สงสารคนมาเที่ยวนิดหน่อย เพราะรถติดสุดๆ) จุดกลับตัวยาวไปถึงบางเสร่เลยป้ายหน้าสวนนงนุชไปหน่อย มีจุดรับน้ำแจกเป็นกระบอกใหม่ให้เลย 

          ขากลับถนนไม่ดีเท่าขาไปแต่ไม่ถึงกับมีปัญหา ระยะห่างแต่ละคันเริ่มมาก รู้สึกปั่นได้นิ่งกว่าเดิม สูดควันรถเยอะขึ้นเพราะกั้นถนนมานาน รถสะสมขึ้นเรื่อยๆทั้งสองฝั่ง จนวกออกจากสุขุมวิทถึงกลับมาโล่งสบาย สรุปตลอดช่วงปั่นนอกจากเรื่องถนนเปียกบ้างแล้วเป็นประเภทกีฬาที่สบายที่สุด ถึงจุดลงรถกระโดดลงแล้วเข็นไปเก็บ เปลี่ยนรองเท้า แล้วออกตัววิ่ง

มีขึ้น-ลงสะพานข้ามแยก นอกนั้นเรียบตลอดเส้นทาง

Run ช่วงขาไปเส้นทางจัดให้วิ่งบนทางเท้าผั่งเรียบชายหาดพื้นเป็นบล๊อคคอนกรีตให้สะเทือนเท้าเล็กๆ ข้อดีคือมองเห็นทะเลไปจนถึงพัทยาใต้เลย ระหว่างทางจุดให้น้ำ-เกลือแร่และฟองน้ำมีอย่างเพียงพอและถี่ (ตลอดทาง 7-8 จุด) 

          ช่วง 5 กม.แรกเป็นทางราบไปจนถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย จากนั้นก็เริ่มขึ้นเขาพระตำหนักซึ่งชันมากสำหรับคนที่ซ้อมวิ่งแต่ทางราบมา 75%เซฟแรงโดยการเดินขึ้นกัน เราก็พยายามจ๊อกไปช้าๆเพราะเห็นว่าสภาพยังดี หอบกำลังดีตอนขาขึ้น 

ถึงจะเดินกันเยอะ แต่ทุกคนจะวิ่งตอนเจอพี่ตากล้อง

          พอเริ่มเป็นขาลงบนเขาแอบมีทางเทรลเล็กๆให้วิ่งไปตามสวนป่า มีลอดอุโมง มีลงบันได แต่ทางมีร่มเงาและเย็นเหมือนเป็นช่วงพัก วิ่งวนไปตามทางแบบงงทิศหน่อยๆก็พาตัดมาเข้าเส้นลงเขาที่ร่วมทางกับเส้นทางจักรยานขากลับ คราวนี้ไม่มีร่มเงาและไอแดดเริ่มร้อนแม้จะยังมีเมฆมากเพราะเลย 10 โมงแล้ว ก่อนจะพาตัดเข้าสู่ walking street เป็นช่วงสุดท้าย พยายามวิ่งให้คงที่ไว้ แต่หาคนตามเพื่อคงความเร็วลำบาก เพราะระยะช่วงท้ายแล้วห่างแต่ละคนเยอะ 

มีทางให้มุดเข้าสวน

          ช่วงกม.สุดท้ายแทบไม่ได้แซงใครและไม่ต้องกลัวใครแซง เพราะคนโล่งแล้ว ใกล้เส้นชัยบรรยากาศยังสนุกสนาน พิธีกรและกองเชียร์ยังแรงดี วิ่งเข้าเส้นชัยได้แบบสบายๆยังไม่หมด เพิ่งรู้ว่าเค้าจะคอยขึงแถบกั้นไว้ให้นักกีฬาทุกคนได้รู้สึกว่าผ่านเส้นชัยไปแล้ว และเราไม่ลืมชูมือกับแผ่นป้ายเผื่อจะได้ภาพสวยๆกับเค้ามั่ง 

งานดีไม่ดีส่วนหนึ่งเราตัดสินกันที่รูปสวย :P

          พ้นจากผ่านเส้นชัย หิวมากเพราะสายแล้วก็ต้องตระเวณหาของกินในงาน ซึ่งบอกได้ว่าอุดมสมบูรณ์มาก (เทียบกับงานวิ่งFull marathon ใหญ่ๆก็ยังเยอะกว่า) มีน้ำมะพร้าวแจกกันเป็นลูกๆ อาหารบริการแบบงานออกร้าน ซึ่งน่าจะพอเพียงกับนักกีฬา เพราะกว่าจะเก็บของออกอีกชัวโมงให้หลังก็ยังเห็นมีให้กิน (ถ้าท่านเล่นได้ตามเวลามาตรฐานอยู่บ้าง ถ้าแบบ 5-6 ชม.+ งานไหนๆก็คงต้องทำใจว่าเค้าจะเก็บบูทกลับไปแล้ว) 
           งานยังมีบริการอ่างน้ำเย็นแช่น้ำแข็งขนาดใหญ่ไว้บริการ ได้ไปทดลองใช้แล้วก็พบว่ามันสบายดีหลังออกกำลังมานานๆ สดชื่น และดีกับการฟื้นสภาพมากกว่าที่คิด เพราะหายปวดเมื่อยเร็ว วันหลังเจอจะแช่อีกแน่นอน พักแช่อยู่ 20 นาทีได้ รู้สึกไอแดดแรงมากเพราะเป็นริมทะเลตอนเกือบ 11 โมงแล้ว แวะไปเก็บของที่จุดจอดจักรยานแล้วเข็นกลับ มีการถ่ายรูปและวีดีโอเก็บไว้เป็นบันทึกเผื่อว่าจะเกิดปัญหาของหายหรือสลับภายหลัง ก็เป็นการดูแลที่ดีเรื่องสุดท้ายของทีมผู้จัดงาน

เหรียญสวย ปลาโลมาน่ารัก

Pro 
- เส้นทางดี ปี2016ได้รับรางวัลของระดับเอเซีย ก็ต้องบอกว่าสมรางวัล รับได้ไม่อายใคร ท้าทายและหลากหลายเป็นประสบการณ์ดีๆของนักกีฬา
- การจัดการและมาตรฐานดี สากลระดับหนึ่ง เตรียมการดี เอนเตอร์เทนนักกีฬาดีสุดๆ 
- น้ำอาหารอุดมสมบูรณ์ ทั้งระหว่างแข่งและหลังแข่ง 

Con
- เนื่องจากรับนักกีฬาเยอะ ก็จะมีสิ่งที่ตามมาคือความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆจากจำนวนคน
- ทรานซิชั่นไกลมากกก อันนี้ก็เนื่องจากจำนวนคน และข้อจำกัดของสถานที่ 
- และเนื่องจากมันใหญ่มาก ทำให้คนที่ไม่ใช่นักกีฬาเดินมาในทรานซิชั่นได้ นอกจากจะวุ่นเพิ่มแล้ว ความปลอดภัยก็ลดลง
- ระยะแถมเกินมาตรฐานมาอีกเกือบ 1 ใน 3 คงไม่ใช่งานที่จะมาเอาสถิติได้ แต่ถ้าจะขยับระยะแข่งให้ยาวขึ้นนี่น่ามาลอง

          สรุปแล้วไตรระยะ standard ครั้งแรกก็มีอะไรคาดไม่ถึงเยอะมากสมกับการเป็นครั้งแรกจริงๆ ทั้งดีและก็ไม่ดี เล่นจบระยะนี้ก็พอจะบอกคนอื่นได้ว่าเราเป็นนักไตรกีฬาแล้วมั้งนะ แต่แน่นอนมันก็เหมือนหลักไมล์อื่นๆของชีวิต ความทรงจำดีๆจะยังอยู่แม้เวลาจะผ่านไปนาน (ที่พิมพ์นี่ครบปีพอดี) ยังไงซะที่สุดแล้วมันก็จะผ่านไป และก็จะมีหลักอื่นๆผ่านเข้ามาเพิ่ม อยู่ที่ว่าเราเรียนรู้อะไรได้จากหลักเหล่านั้นบ้างไหม 

          ตอนจบงานนี้ใหม่ๆได้โพสข้อความเพิ่มบน FB ไป กลับมาอ่านดูก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหลักนี้ของชีวิตแล้วกัน  

          "ไตรกีฬาบอกให้คนเล่นรู้ว่า ทุกคนต่างมีจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง แม้เราจะทำไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง แต่เราก็มีศักยภาพพอจะทำในบางอย่าง บางสิ่ง ที่บางคนคิดว่าไม่มีทางทำได้ และถ้าพยายามมากพอ ทุกคนก็ผ่านเส้นชัยของตัวเองได้ทั้งนั้น"

ปล.ลาก่อน 920xt คิดถึงแกนะ และสวัสดี fenix3 ไปต่อด้วยกันไปนานๆล่ะ