วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565

ฺBANGSAEN42 2021 (1) Get BIB - Day before the race

 


วันรับ BIB & Expo 19 Mar 2022

1. เย็นศุกร์ 18 พยายามผ่อนคลายเต็มที่ นึกสนุกชวนกันกินเบียร์ สงสัยไม่ได้กินนาน ตื่นมาแฮงค์เล็กๆ นอนไม่อิ่มด้วย หือ ลางไม่ดี


2. เสาร์เช้าพยายามดื่มน้ำตุน กินกาแฟแก้วแรกเร็วหน่อยหวังว่าจะช่วยแก้มึนหัว


3. ออกจากบ้านตามเวลาที่ตั้งใจ 8.00น. วันนี้ชวนกันไปทั้งคุณปู่ย่า ภรรยา  ลูกชาย 4 ขวบ พยายามรวบเป็นกิจกรรมครอบครัว ทำหน้าที่บ้าง


4. เดินทางเช้าหน่อยก็ดีตรงรถไม่ติด อยากรับ BIB ช่วงเช้า (ครั้งก่อนมาเที่ยงคนเยอะมาก) ถึงตามเวลาที่คาดประมาณ 10.00 น. แยกไปรับ BIB เนื่องจากเข้าพื้นที่ได้เฉพาะคนตรวจ ATK



5. การเข้างานเริ่มด้วยเช็คใบรับรองตรวจ ATK ต่อด้วย SMS จากงาน เข้าอาคารเช็คหน้าให้ตรงใบสมัคร ขึ้นนั้น 2 รับชุด BIBและเสื้อ ออกจากห้องรับของที่ระลึกที่จองซื้อไว้ เดินกลับลงชั้น 1 จบ ขั้นตอนทั้งหมดภายใน 10 นาทีถ้าเตรียมตัวพร้อม และไม่มีคิว ถือว่าเร็วมากๆ



6. ก่อนออกจะผ่านโซน Expo เริ่มจากร้าน official ต่อด้วยโซนบูทต่างๆ ใช้เวลาเดินดูของอยู่ราว 20 นาที มีสนใจอยู่บ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นต้องซื้อก็เลยหักใจเดินออกมา อยู่นานไปอาจไม่ดี (ความเห็นส่วนตัวคือของยังไม่สวยและหลากหลายเท่างานของ Tri-leage ด้วย)



7. เดินไปชายหาดหาครอบครัวที่พาเด็กน้อยเล่นทรายรอ คุยกันเรื่องโปรแกรมต่อจากนี้ เดี่ยวไปหาข้าวกลางวันกินกัน เล็งร้านญี่ปุ่นโซนศรีราชาไว้


8. เปิด google หาร้านเลยจะไปที่ J-park แต่ระหว่างขับไป แอร์รถเกิดไม่เย็น พยายามแก้ไขแต่ไม่สำเร็จ ไม่อยากให้โปรแกรมรวนเลยออกไปหาร้านซ่อม ดีที่มีร้านอยู่ใกล้ๆ เลยใช้เวลาไปประมาณ 1.30 ชม.และต้องหาข้าวกลางวันง่ายๆกิน (อดราเมง) แต่ได้ร้านช่างโอเค ซ่อมมาใช้งานได้ 


9. เดียร์ตามมาสมทบ เนื่องจากไม่มีโปรแกรมต่อ เลยโดนชวนไปดูพิพิฒภัณฑ์อวกาศและดาวเทียมแถวแหลมฉบังที่อยากพาเด็กชายไป น่าไปเที่ยวเลยแหละ แต่เสียดายวันนี้เด็กชายไม่ค่อยให้ความร่วมมือเลย



10. เริ่มเจ็บคอเหมือนจะไม่สบาย น่าจะมาจากทนร้อนตากไอแดดช่วงรอซ่อมรถนาน เย็นนี้เลยจะขอแยกตัวไม่ไปไหนแล้วพักอยู่ห้อง กินยาแล้วพยายามนอนนิ่งๆ เผื่อถ้าหลับไปได้ก็จะดีมาก แต่แน่นอนว่าไม่หลับหรอก ปกติหลับยากอยู่แล้ว ตอน 6 โมงเย็นอย่าหวังว่าจะหลับ


11. ทำใจได้ลุกมากเตรียมของ บูชา BIB ที่ไม่ได้ทำมานานกว่า 2 ปี คุยเล่นกันปกติจนพากันเข้านอนทั้งหมดอีกครั้งตอน 2 ทุ่มครึ่ง กะว่านอนได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรปกติ



12. ดีที่พอวูบหลับไปได้ 2 งีบ ทีละ 40 นาที ถึงไม่สดชื่นแต่เลยไม่ได้เปลี้ยเพลียมาก ก่อนเที่ยงคืนลุกขึ้นมาเตรียมตัว กะว่าไหนๆก็ไม่นอนแล้ว ไปเร็วกว่าที่คิดนิดนึงเลย จะได้กวนคนไปส่งไม่มาก


13. เข้าห้องน้ำนานนิด แต่พอดีออกตามเวลาก่อนตีหนึ่งนิดหน่อย คราวนี้รถไม่ติด ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีก็ร่ำลาลงรถ เดินเข้าพื้นที่งาน


14. พอมีเวลา คิดว่าเมื่อวานเย็นไม่ได้กินมื้อหลักกินแต่ของว่าง เลยจะหาอะไรกินเพิ่มอีกนิด เข้า 7-11 จะจัดขนมปัง กาแฟกระป๋อง และน้ำวิตามิน(ปกติไม่ซื้อกินแต่คันๆคอและหยวนว่าเป็นเกลือแร่ให้กินเผื่อไว้) กินได้ไม่หมดดีแต่คิดว่าควรพอ เดี๋ยวหนักไป


15. เหลือเวลาอีก25 นาทีปล่อยตัว ลุกมาจ๊อกพอปลุกกล้ามเนื้อ200ม. ดริลและยืดแบบที่ทำทุกที จะเดินหาเพื่อนก้ไม่ทันแล้ว อีก5 นาทีจะปิดบล็อก อวยพร แล้วเจอกัน


16. เดินไปเข้าบลีอค A3 คนเข้าไป ¾ แล้ว แต่ปีนี้ยืนตามจุดเลยแทรกๆพยายามไปอยู่ข้างหน้าหาที่ว่างเท่าที่ได้ ตำแหน่งโอเคก็เหลือเวลา 5 นาที ดูจอก็มีแนะนำอีลีทอีกแป๊บเดียวก็เตรียมปล่อยตัวแล้ว 



เอาล่ะ รอมานานแล้ว วันนี้จะทำเต็มที่ ขอให้ได้ตามแผนด้วยเถอะ (-/\-)


วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565

Prepare for Bangsean 42 2021 (ที่วิ่ง 2022) มาราธอนที่ 8 กับการพยายามกลับมา back on track ของข้าพเจ้า


หมายเหตุ
ที่จริงการเตรียมตัวทั้งหมดเริ่มจากการเตรียมมาวิ่งงานบางแสน42 แต่ดันจะต้องวิ่งมาราธอนสองสัปดาห์ติด เนื่องจากกำแพงแสนมาราธอนดันเลื่อนทีหลังมาเป็นวัน 13 มี.ค. และบางแสน42 วันที่ 20 มี.ค. จึงต้องเลือก A-race ได้งานเดียว ทำให้เลือกกำแพงแสน เพราะมาถึงก่อน และเป็นสนามทางราบเรียบ ควรจะทำเวลาดีกว่า แล้วค่อยไปวิ่งพังๆหนุกๆที่บางแสน คำนวนช่วงพีคแล้วซ้อมมาเรื่อย โควิดดันระบาดหนักอีกรอบ งานกำแพงแสนจึงเลื่อนกระชั้นแค่ 10 วันก่อนงาน ทำให้ต้องมาจบที่บางแสนเหมือนเดิม


1. หลังโควิด วงการวิ่ง+ไตร ต่างได้รับผลกระทบกันท่วนทั่ว ทั้งผู้จัดและนักกีฬา งานเลื่อนกันจนเป็นเรื่องปกติ

เพราะเวฟโควิดที่มาเป็นระรอกทุก 3-4 เดือน งานไหนโชคดีลงเวลาไว้ช่วงระหว่างเวฟ ก็อาจจะได้จัดบ้าง แต่ถ้าช่วงพีคก็จะเจอการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนบางงาน 2 ปีแล้วก็ยังไม่ได้จัด อาจจะต้องไปปีที่ 3-4 หรืออย่างแย่ อาจจะไม่ได้จัดอีกแล้ว


2. ผมเอง หลังจากไตรกีฬา IM 70.3 Bangsean 2020 ก็ไม่ได้ลงงานกีฬาใดๆมาตลอด 2 ปี (ที่จริงลง แต่เลื่อนกันกระจาย) ถ้านับมาราธอนก็นานก่อนหน้านั้นไปอีก และตลอดเวลาแม้จะพยายาม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ถ้าเทียบกับก่อนหน้านี่คือเยอะกว่าวอร์มนิดเดียว แน่นอนตอนนั้นใครจะไปสน performance แค่เอาชีวิตให้รอดพ้นปีไปได้ก็เก่งแล้ว


3. ต้นเดือนธันวาคม 2021 งานบางแสนเปิดรับสมัครหลังจากที่เลื่อนมา ผมที่เคยบอกไว้ว่าจะไม่ลงงานบางแสนแล้ว เพราะมันดีมาก อยากให้คนที่อยากวิ่งหรือมาเปิดมาราธอนแรกได้ lotto มาวิ่ง ก็ต้องเปลี่ยนใจ คิดซะว่าขอไปอีกซักครั้งแล้วกัน ลงสมัครไปโดยคิดว่าถ้าดวงจะได้วิ่งก็คงได้ lotto ถ้าไม่ได้ก็แปลว่าชะตาจะยังไม่ได้วิ่ง ก็จะต้องปล่อยไป


4.ผลออกมาได้ lotto ร่วมกับเพื่อนที่สมัครทุกคน (ปีนี้อาจจะคนน้อยกว่าปกติ เพราะโควิดและความไม่แน่นอน มีคนพลาดไปแค่สี่พันกว่า น้อยกว่าทุกครั้ง) โอเค มีดวงได้วิ่ง เพราะงั้นจะไปวิ่งอย่างตั้งใจ


5. มาที่การเตรียมตัว หลังจากไม่สน performance มาตลอดสองปีก็พบว่า ทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ซ้อมมาแค่ไหนก็ได้แค่นั้น วัดเพซอาจจะยากเพราะมาราธอนไม่ได้ต้องการเพซสูงซัก 5 ปลายก็สบาย แต่ VO2MAX นี่คือจากพีค 54 ลดมาจน 42 ได้นี่คือไม่เหลือบุญเก่าใดๆให้ใช้ เริ่มใหม่ลูกเดียว


กลับไปไต่กันอีกซักที

6. ทีนี้จะตั้งเป้าวิ่งจบเท่าไหร่ดี? ถ้าอิงสภาพปัจจุบันหลังทดสอบ 4.15h. ดูจะเป็นเพซที่ไม่ลำบาก แต่ แต่ แต่ ก็มาราธอนก่อนที่งาน ATM 2020 มันดึงไปได้ 4.07h. แล้วนะรึจะตั้งเป้าที่ sub 4 ดูหน่อยไหม? ใจอยากลองแต่ร่างพร้อมไหม กับเวลาที่เหลือไม่ถึง 4 เดือน จะดึงตัวเองกลับไปอยู่สภาพใกล้พีคได้ไหม เอางี้ลองเข้าตารางดู ถ้าปลดล๊อกเงื่อนไขตามตารางได้คือมีลุ้น ถ้าไม่ได้ก็ต้องยอมรับ


7. เลือกตาราง 4.00 h. ของ runner’s world มาโมเหมือนเดิม ภายใต้เงื่อนไขวิ่งสัปดาห์ล่ะ 3 วัน + XT 1 วัน ทั้งที่ตารางวิ่งระดับนี้ ส่วนใหญ่นักวิ่งแท้จะวิ่ง 4-5 วัน/week เพราะติดปัญหาหลัก พบว่าฟื้นตัวไม่ทัน เทียบกับแต่ก่อนที่ซ้อมไตรก็วิ่งได้ 3 คาบ ยังมีปั่น กับว่ายต่างหาก ไม่แน่ใจว่าแก่ขึ้น หรือร้างการออกกำลังกายจริงจังนานเลยฟื้นตัวช้า เลยตัดสินใจลดกีฬาอื่นมาแค่ในระดับพักฟื้น เน้นวิ่งไปเลย (งานไตรก็ยังไม่มีให้ลง)


8. ถ้ามีสามคาบ 1 speedwork - 1 Moderate  - 1 longrun คือทางเลือกเดียวของการซ้อมน้อย ใช้ความเหนื่อยแบบมีคุณภาพแลกแทน ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ได้จากช่วง IM ถึงระบบพลังงานในกีฬาระยะไกล ก็ทำความเข้าใจร่างกายตัวเองได้มากขึ้น กำหนดเพซจากVdot2 อย่างเข้าใจมากกว่าจะแค่จำมาใช้ ส่วนจะทำได้ไหม เดี๋ยวถึงทดสอบจากตารางก็รู้เอง


9. เงื่อนไขเบื้องต้นของตารางจาก RW จะวิ่ง 4.00 h. ได้ควรจะผ่าน 10k Sub 50 min. และ Half Sub 1.50 h. คือในรอบสองปีที่ผ่านมา ไม่มีการวิ่งใดๆที่เข้าไปใกล้เคียงเวลาที่ว่า ต้องยอมรับกลายๆว่าที่เคยทำได้ในอดีต 3-4 ปีก่อน มันไม่ได้ส่งผลอะไรกับปัจจุบันแล้ว ต้องมาค่อยๆบิลด์กันใหม่ และจากตารางที่นำมาใช้ จะมีคาบวิ่งที่เป็นการทดสอบไปในตัวอยู่แล้ว


10. ช่วงเดือน ธ.ค. เฟส 1 เตรียมร่างกาย ปรับสภาพและกลับมาซ้อมอย่างเป็นระบบ  ตารางค่อนข้างเบา มีแหกตารางไปวิ่งยาวไปหรือเร็วไปบ้าง เลยบาดเจ็บ(สมน้ำหน้า) ดีที่เวลายังมีเหลือมาก เลยได้มีช่วงพักฟื้น วิ่งยาวประมาณ 15-21k ก่อนจะกลับมา 10k sub 50 ได้ก่อนจบเฟส


1 มค. 2022 โปรแบงค์เบี้ยวอดไปไต่เขาใหญ่ เลยไปบางประอินเบรค 100k ทิ้งทวน ไหนๆก็จะพักปั่นแล้ว

11. ช่วงเดือน ม.ค. เฟส 2 ความเร็ว เน้นการคุมความเร็วที่ต้องการ ไต่ระดับการเร่งระดับให้มีหลายเกียร์ตอนวิ่ง อินเทอวัลสลับเทมโป้บ่อย เป็นช่วงที่ได้ความเร็วกลับมาส่วนนึง เพิ่มระยะทางวิ่งยาวไปถึงประมาณ 24-27k วัดใจด้วยการเทสฮาร์ฟ sub 1.50 h. ปรากฎว่าไปวิ่งที่น่านหน้าหนาว ช่วงที่อากาศเย็นมากพอดี เลยได้ PB แบบไม่ตั้งใจเฉยเลย เรียกความมั่นใจได้พอสมควรก่อนจบเฟส


ไปน่านทีถึงจะได้วิ่งในลู่ซักที แต่ยังไม่เคยลงคอร์ทเลย วิ่งแต่ Recovery 


12. ช่วงเดือน ก.พ. เฟส 3 ระยะทาง ยืดระยะเพิ่มขึ้นทั้งระหว่างสัปดาห์และวิ่งยาวที่ไต่ไป 30k+ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย ความเร็วเน้นคุมให้อยู่ตัวมากกว่าจะไปเร่ง คือถ้าไม่โซน 2 ก็โดดไปโซน 4 เลย ต้องแอบวิ่ง M-pace เองอยู่หลายครั้ง เพราะไม่ค่อยมั่นใจว่าวันจริงจะวิ่งเพซนี้ได้ไหม ถ้าไม่ซ้อม แต่ก็ยังเน้นตามตารางเป็นหลักเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่บาดเจ็บอะไรแต่ต้องเน้นการฟื้นสภาพ เพราะระยะยาวล้าสะสม โฟมโรลเลอร์ที่ซื้อมาเพิ่งจะได้ใช้คุ้มค่าก็ช่วงนี้แหละ จนได้วิ่ง 30k+ทุกอาทิตย์ตลอดเดือน กพ. ก่อนจบเฟส


ทดลองแบกเป้น้ำวิ่งยาว ซ้อมแต่งตัวกันแดดเผื่อชิลงาน BS42 ก็ดันไม่ได้ใช้ (หนักด้วย ไม่ง่ายเลย)

13. ช่วงเดือน มี.ค. เฟส 4 เทเปอร์ เริ่มลดระยะทาง ควรจะเป็นช่วงที่ดีเพราะได้เบาลง แต่ต้องสับสนพอสมควร จากเรซที่เล็งไว้ กำแพงแสนมาราธอนเลื่อนอย่างกระชั้น เหลือแต่บางแสน (ตอนพิมพ์นี่คือยังลุ้นอยู่ว่าจะได้วิ่งไหมนะ) จำเป็นต้องยืดเทเปอร์ออกไปอีก 1 สัปดาห์ ทำให้ลากวิ่งยาว30k เพิ่มอีก 1 ครั้ง ดีที่ไม่บาดเจ็บก่อนจะได้ลดระยะจริงๆ คงไว้แต่การซ้อมความเร็วสั้นๆที่ยังเหมือนเดิม เป็นช่วงที่มีโอกาสจะวิ่ง m-pace เพื่อให้คุ้นเคย แต่อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้เหนื่อยกว่าเดิม กังวลกับเรื่องเวลาเพราะเจอทั้งความร้อนและจะต้องขึ้นเนินในช่วงท้าย ทั้งที่ซ้อมทางราบมาอย่างเดียว แต่นอกจากซ้อม hill repeat บ้างก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว คิดว่าซ้อมเบาๆเพื่อรักษาสภาพไว้ ดีกว่าไปซ้อมเพิ่มแล้วเจ็บ ปีนี้ยังพอมีโอกาสอีกรอบสิ้นปีที่จะวิ่งทำเวลา ก็ทำใจเผื่อไว้ซัก50%แล้ว   


14. ช่วงเทเปอร์ 2 สัปดาห์ก่อนถึงงาน อ๊อดนัดเจอเดียร์ชวนวิ่งสวนรถไฟ ถือโอกาสเจอกันก่อนงาน ไม่เน้นวิ่งแล้ว เน้นคุยกัน ไม่ได้เจอกันนาน วันนั้นร้อนแต่ก็พอทนได้และดีที่ลดระยะเยอะแล้ว


เหมือนจะนัดกันวิ่งวันที่ร้อนที่สุดซะงั้น

15. สัปดาห์สุดท้ายก่อนงาน อากาศคือเข้าหน้าร้อนเต็มที่ วิ่งเบาๆก็เหงื่อท่วม หัวใจพุ่ง เป็นไปตามคาด สภาพร่างกายความฟิตเข้าพีคไปก่อนล่วงหน้า 10 วันแล้วตามงานแข่งที่เลื่อน คงต้องพยายามรักษาสภาพไป มีอาการเจ็บที่ไม่ได้เกิดจากวิ่งเพราะดันตกหมอนหรือไปยกเวทผิดฟอร์มก็ไม่แน่ใจ ปวดคอบ่าไหล่ แบบเดียวกับตอนเป็นออฟฟิตซินโดรม ร้าวจนออกแรงหนักๆไม่ได้ ก็ยืดเหยียดและนวดยาบ่อยๆเอา หวังว่าจะทุเลาก่อนถึงวันจริง


16. งานบังคับตรวจ ATK แบบที่ต้องให้เภษัชรับรองเพื่อลงappหมอพร้อม งงนิดหน่อย แต่ถามทำตามขั้นตอนก็ไม่มีปัญหานอกจากที่เขินต้องอัดคลิปตัวเอง แค่รอเวลานานบ้างเพราะคิวยาว ทุกคนก็ตรวจวันเดียวกัน

สรุปรายละเอียดทั้งหมดก่อนวันงานตามนี้ part ต่อไปวันรับ BIB และ race note

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

Race note : IRONMAN 70.3 Bangsaen 2020 (Part 2/2)

Race note : IRONMAN 70.3 Bangsaen 2020 (Race day)


Part 2/2 วันแข่งและหลังแข่ง

Prepare

- 4.00 ตื่นก่อนเวลาที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย เข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เช็คอุปกรณ์ พร้อมแล้วออกเดินทาง
- 4.35 ยังออกเดินทางไม่ได้ โดนจอดรถขวางล๊อคล้อ พยายามสงบใจ ให้รีเซปชั่นโทรไปตามเจ้าของมาเลื่อนรถ
- 4.50 ออกเดินทางจริงซะที ด้วยการกล่าวขอบคุณเจ้าของรถที่ขวาง ด้วยน้ำเสียงขุ่นแบบที่ไม่น่าเป็นการขอบคุณใคร
- 5.20 เดินทางถึงทรานซิชั่น (T) จุดเปลี่ยนชนิดกีฬา คือแข่งจบชนิด ก็มาเปลี่ยนอุปกรณ์ที่นี่ให้พร้อมไปต่อ 
- ใช้เวลาจัดอุปกรณ์ เติมน้ำ โหลดอาหาร ฯลฯ ตามเวลาปกติคือ 20 นาที เวลายังเหลือ เดินไปคุยเล่นกับตุ๊กตาที่ยืนรออยู่นอก T 

ก้มๆเงยๆจัดของ เตรียมอุปกรณ์ 20 นาทีเป็นปกติ
- 5.55 ใกล้เวลาปิด T เดินออก ไปยืนรอใกล้จุดปล่อยตัว
- 6.00 เจอน้องเจ้าหน้าที่พูดประโยคยาวๆรัวๆเร็วๆเป็นภาษาอังกฤษ จับใจความได้ว่า ห้ามใส่รัดน่องแข่ง ผิดกติกา
IM ให้ถอดออก
- หืม อันนี้ผิดเองไม่ศึกษากฎให้ดี ถอดได้ครับ แต่จะไปเก็บทันไหม
 
T ถึงเวลาปิดไปแล้ว หรือต้องถอดโยนทิ้ง เสียดาย 555
- วิ่งกลับไปเข้า T เจ้าหน้าที่ต้อนคนออกแล้ว สปริ้นไปมึนๆ ถึงจุดจอดรีบถอดแล้ววิ่งกลับออก ยังดีที่ทัน (เลทนิดนึงแบบไทยๆ)
-
 
Trasition ยาว 800 ม. นะ วิ่งไปกลับจุดจอดของเราอยู่กลางๆค่อนท้าย คือวิ่งไปแล้ว 1 K
- เหนื่อยเหงื่อซึมทั้งที่ลมแรง เหมือนได้วอร์มแล้ว เลยไม่ลงน้ำว่ายวอร์มเหมือนทุกที เดี๋ยวหมดแรง

Transition อันยาวไกล ไปกลับทีเป็นกิโล

At start line

- ใกล้เวลาปล่อยตัว นักกีฬาทุกคนมายืนเป็นกลุ่มใหญ่รวมกันริมหาด แบ่งกลุ่มตามสีหมวกความเร็วว่ายน้ำ บ้างขยับยืดเหยียดร่างกาย บ้างตั้งสมาธิ บ้างคุยกันเสียงเบาๆ

- บรรยากาศรอบตัวอธิบายได้ยาก ภาพมันเหมือนกับที่เห็นใน Youtube มาตลอด 3-4 ปี ตั้งแต่เริ่มเล่นกีฬานี้มา งานแข่งกีฬาที่มีโลโก้ M สีแดงเด่นๆ มีฝรั่งกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ริมหาด สายตามุ่งมั่น มองออกไปในทะเล เหมือนมองหาอะไรซักอย่าง 

-  แต่คราวนี้ เราพาตัวเองมายืนอยู่ในนั้น



- ไม่มีเสียงเพลงปลุกใจฮึกเหิมแบบในวีดีโอ มีแต่เสียงกรรมการประกาศรอเวลาปล่อยตัว เสียงคนคุยกันฮึมฮัม เสียงคลื่นและลมริมหาด มันไม่ได้เงียบ แต่มันสงบ

- ลงงานไตรมาก็หลายครั้ง คราวนี้มีคนลงแข่งเยอะที่สุด เกือบสองพันคน แต่ครั้งนี้มันมีความรู้สึกต่างออกไปจากงานไตร หรืองานวิ่งไหนๆ

- ปกติผมจะเห็นบรรยากาศสบายๆกว่านี้ที่จุดปล่อยตัว เราไม่ใช่นักกีฬาระดับอีลีท ไม่ได้จะแข่งฟาดฟันกับใครเพื่อชิงอันดับ ก่อนถึงเวลาปล่อยตัวก็ทำสมาธิกันนิดหน่อย รวมกลุ่มกันถ่ายรูป ทยอยกันลงน้ำคุยสนุกกันมั่ง หัวเราะมั่งนี่ปกติ

- ตอนนี้คนที่ยืนอยู่รอบตัวผม คือคนที่ใส่หมวกว่ายน้ำสีเดียวกัน(สีฟ้า) ความเร็วในการว่ายพอๆกัน ซึ่งเป็นความเร็วในการว่ายปกติธรรมดา (นึกถึงวิ่งเพซ 6-7) เราก็น่าจะซ้อมมาระดับใกล้เคียงกัน แล้วก็ยังมาทำเหมือนๆ กันในตอนนี้ นิ่ง มองไปยังทะเลตรงหน้า 



- เป็นการยืนหายใจรดต้นคอ ชิดกับคนเกือบสองพันคน ที่ต้องถามตัวเองว่า ทำไมรอบตัวมันสงบจัง?

- คงเพราะกลุ่มคนรอบตัวผมนี้ ไม่มีใครมาแข่งหวังอันดับดีๆแน่นอน ทุกคนก็มาเพื่อจุดมุ่งหมายซักอย่าง

- ที่แน่ๆนี่ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเอาชนะใคร

- ระยะมันไกล จนแค่จะจบได้ก็ต้องแข่งกับตัวเองให้ชนะแล้ว

- เพราะงั้นเราก็ควรตั้งสมาธิเตรียมพร้อม หยุดคิดมาก

- กรรมการเรียกรวมกลุ่มโปร ชาวต่างชาติหลายคนเดินไปรอที่จุดสตาร์ท
- 6.25 ตามเวลา สิ้นเสียงแตรลม กลุ่มโปรก็วิ่งลงทะเล แล้วพุ่งตัวว่ายออกไป

เห็นวีดีโอแบบนี้มาเป็นร้อยครั้ง คราวนี้เห็นด้วยตาตัวเอง กำลังจะลงแข่งด้วยกำลังของตัวเอง

- ทุกคนมองตาม ตบมือให้กำลังใจโปร ตบมือให้กำลังใจตัวเอง ตบมือให้กำลังใจกันและกัน

- แถวนักกีฬากำลังค่อยๆเคลื่อนไปข้างหน้า กำลังจะถึงตาของกลุ่มเราแล้ว



Swim

- โปรเริ่มออกตัวผ่านไปร่วม 10 นาที ในที่สุดกลุ่มผมเดินตามกันไปถึงซุ้ม Start กำลังจะเริ่มปล่อยตัวลงน้ำ

- Rolling start ปล่อยตัวชุดละ 4 คน ห่างกันทุก 4 วินาที เพื่อให้พอมีระยะห่างกับคนข้างหน้า

Rolling start

- ถึงเวลาออกตัว สูดหายใจเฮือกใหญ่ ตั้งสมาธิ พุ่งออกตัว กดนาฬิกา วิ่งเหยาะผ่านหาดทราย เท้าสัมผัสน้ำซักที
- My race started


พี่เสื้อม่วงเป็นงาน โผพุ่งรู้มุม

- ลงน้ำได้ครึ่งตัว กำลังจะโผ อ่าว ลืมใส่แว่น ขยับแว่นเข้าที่ พุ่งตัวลงน้ำ เริ่มดึงแขนครั้งแรก
- น้ำช่วงตื้นริมหาดเย็นกว่าที่คิด คลื่นยังเรียบ น้ำใสมองเห็นคนข้างหน้าชัด
- 200 เมตรแรก ให้ตัวเองวอร์ม ไม่เร่ง ดึงแขนเต็มรอบ พยายามปล่อยตัวไหล ไม่ออกแรงมาก
- ว่ายสบายกว่าออกตัวปกติมาก ไม่เบียด คุมจังหวะดี
- ที่ 500 ม. รู้สึกว่าคลื่นแรงขึ้นมาก เริ่มโล้ ดีที่เมื่อวานได้มาลอง สโตรกแขนเร็วขึ้น ไหลน้อยลง
- ที่ 700 ม. จุดเลี้ยวแรก ทันทีที่เลี้ยว คลื่นเปลี่ยนทิศมาตีข้าง พัดเข้าฝั่ง จากซ้ายไปขวา
- เริ่มเงยหายใจข้างซ้ายไม่ได้ น้ำเข้าปาก เน้นหายใจข้างขวา ตัวโล้แรงขึ้น



- ที่ 1000 ม. ไล่ทันหมวกกลุ่มทองของ VVIP ว่ายจ้วงแขนโดนขาไปที แต่ไม่รู้ใคร แว่นเริ่มมัวมาก มองไม่ชัด
- แซงกลุ่ม VVIP ที่เต็มไปด้วยเรือล้อมหน้าหลังมาได้ แวะลอยคอล้างแว่นเคลียร์ฝ้า มองชัดแล้วไปต่อ
- ที่ 1200 ม. จุดเลี้ยวที่สอง เลี้ยงขวาอีกที่ว่ายกลับฝั่ง มองไม่เห็นจุดให้เล็ง แต่ว่ายตามคนหน้าได้เรื่อยๆ
- เริ่มแซงหมวกเขียวที่ออกตัวก่อนมาได้เรื่อยๆ คุมความเร็วไว้ พยายามออกแรงมากกว่าครึ่งแรก
- คนเบียดกันมากขึ้น เริ่มเจอตีนกบถีบ โดนมือตีสีข้าง แปลก ปกติจะเบียดกันช่วงออกตัวมากกว่าครึ่งหลัง
- ที่ 1500 ม. คนเบียดกันมากขึ้นอีก เหมือนกันเป็นกลุ่มหลังของชุดหน้า พยายามทำความเร็วขึ้น คนว่ายเกาะกัน
- โดนฟาดและกระแทกกว่าเดิม เนี่ยว่ายเอาชีวิตรอดชัดๆ
- ที่ 1800 ม. ใกล้ถึงหาด ปรากฏมันมีซุ้มเป่าลมกลางน้ำแคบ ทุกคนเล็งจุดนี้ เลยต้องเบียดกันผ่าน ถึงว่า
- แถมช่วงสุดท้ายส่วนใหญ่เร่งความเร็วขึ้น เพราะแรงยังเหลือ และเตรียมวิ่งขึ้นจากน้ำ
- หาดบางแสนเปลี่ยนระดับเร็ว ถึง เท้าแตะพื้นทรายได้ มีจังหวะโผขึ้นแค่ 2 ที พ้นน้ำแล้ว




- ใช้เวลา 45 นาที ผ่านกีฬาชนิดแรกได้แบบตามแผนสบายๆ เวลาโอเค ท่องไว้ Long game ไม่ต้องเร่ง


Transition 1 (T1)

- จ๊อกเบาๆ ขึ้นจากหาด ผ่านซุ้มปล่อยละอองน้ำล้างตัว หัวใจดียังอยู่โซน 3 ต้น

- ถึงจุดจอดจักรยาน เปลี่ยนจากเสื้อว่ายน้ำไม่มีแขน เป็นเสื้อจักรยานแขนสั้น กันไหล่ไหม้ เพราะต้องปั่นและวิ่งผ่านช่วงแดดจัด
- แต่งตัวใช้เวลาสบายๆ ใส่ปลอกแขน ใส่ถุงเท้า แว่นกันแดด คว้าgopro หยิบขนมปังขึ้นมาเคี้ยว ใช้เวลาเต็มที่ ไม่รีบเหมือนแข่งระยะสั้น

- อยากสบายกว่านี้ แต่ภรรยาตะโกนบอกว่าไปได้แล้ว เดี๋ยว VVIP มาจะติดคิว ไม่ได้ออก

- คาบขนมปังกัด แล้วเข็นจักรยานที่ล๊อกรองเท้าปั่นติดไว้แล้วค่อยๆออกวิ่งเบาๆไปทางออก

- ใช้เวลา 5.30 นาที น้อยกว่าที่คิด แต่มากกว่าทุกครั้งที่เคยแข่งไตรมา (ก็ไม่เคยเปลี่ยนเสื้อนิ)

เปลี่ยนชุด กินขนมปัง พร้อมออกเดินทาง


Bike

- ถึงจุดออกตัวค่อมจักรยาน แล้วปั่นออก ใส่รองเท้าบนจักรยาน

- เนื่องจากรองเท้าใหม่มากกก ยังไม่เคยใส่แข่ง ไม่คุ้น ใส่ไม่คล่อง เลยเสียเวลาช่วงแรกเล็กน้อย #อย่าใส่ของใหม่วันแข่ง


ผ่านมาหนึ่งกิโล ยังใส่รองเท้าไม่เข้าเลย จับเบสบาร์ส่วนคนอื่นก้มลงแอรโร่บาร์แล้ว


- ที่ 1k ใส่รองเท้าได้เสร็จก่อนออกถนนใหญ่พอดี วันนี้ลมแรงตั้งแต่ออกตัวอย่างที่คิด ยังจับเบสบาร์ ปั่นวอร์ม เข้าถนนข้าวหลาม

- ที่ 2k ขึ้นสะพานข้ามแยกแรก ต้องกดเต็มที่แต่แรก เพราะนอกจากชันยังสวนลมเต็มๆ โดนบังคับให้ออกแรงหนักเร็วมาก

- ที่ 4k ขึ้นสะพานข้ามแยกที่สอง เริ่มไม่ดี ความเร็วเฉลี่ยตั้งแต่ออกตัวมาต่ำมาก 22km/h จากที่รู้สึกสบายๆตอนขึ้นจากน้ำ ต้องเริ่มถามตัวเองครั้งแรกว่า นี่ต้องปั่นหนี cut-off ใช่ไหม

- ตามแผนคือ จะปั่นเฉลี่ย 28km/h ตลอดระยะทาง 90k เพราะเป็นช่วงคุมหัวใจได้ดี ประสิทธิภาพ/การใช้กล้ามเนื้อไม่ล้ามากแม้จะปั่นทางไกล แต่ตอนนี้ไม่น่าจะเร่งได้ใกล้เคียงด้วยซ้ำ

- ที่ 8k ขึ้นสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ไปทางเขาเขียว ความเร็วยังแค่ 25k/h แต่เริ่มล้าแฮมสตริง ทั้งที่เพิ่งได้แค่หนึ่งในสิบของระยะทาง อาจออกแรงดึงบันไดมากไป หรืออาจตั้งแผ่นครีทรองเท้าใหม่ไม่ดี #อย่าใส่ของใหม่วันแข่ง

- ที่ 12k หลังข้ามมาช่วงหุบเขาเขียว เริ่มลมสงบบางช่วง ทำความเร็วขึ้นได้บ้าง

- แต่ช่วงลมพัดผ่านร่องเขา ก็แรงจนแทบคุมจักรยานไม่ได้ รถเป๋ ต้องค่อยๆประคองไป กลัวล้มแข่งไม่จบ

- มารู้ตอนหลังว่าล้มหลายคัน โดนเฉพาะรถใส่ล้อดิสและล้อขอบสูงมากๆ ปลิวตามลม


ลมแรงพัดฝุ่นทราย มาปะทะตัว แถมยังปัดจักรยานจนเป๋


- ประคองรถ สลับก้มจับแอร์โรบาร์เท่าที่ทำได้ ค่อยๆทำเวลาคืนมา

- สลับกันแซงขึ้นลงกับพี่ชุดสวนกุหลาบ (ชุดลายดอกกุหลาบกลีบชมพูฟ้าบนตูดพี่บอกสถาบันมาก) ทางราบเค้าแซง ทางเนินเราตัวเบากว่าก็แซงเค้าคืน ดูแล้วน่าจะแรงใกล้เคียงกัน ก็พยายามเกาะไปห่างๆเพื่อ pacing

- ที่ 20k feed point แรก รับแต่ขวดน้ำเปล่า หยิบขนมปังในกระเป๋าหลังมากิน ช่วงครึ่งแรก พยายามกินอาหารแข็งก่อน ยังย่อยไหว

- ลงจากอ่างเก็บน้ำบางพระขาไป กลับเข้าโหมดการแข่งของจริง หลายๆคันเริ่มเร่งความเร็วขึ้น ไล่ทำเวลากันคืน รวมถึงลมน้อยลงมาก

- ที่ 40k feed point 2 ไม่รับน้ำเพิ่ม เพราะจะถ่วงรถตอนปีนเนิน หยิบข้าวต้มมัดซองขึ้นมากิน

- จุดกลับตัวครึ่งทาง ปั่นย้อนทางเดิม เช็คสภาพตัวเอง ยังดี แรงกลางๆ ล้ากลางๆ น่าจะไปต่อได้ด้วยการออกแรงระดับเดิมไม่มีปัญหา

- ที่ 50k ปั่นขึ้นเนินไปเส้นเลียบอ่างบางพระ วิวสวยจนต้องชะลอหยิบกล้องออกมาถ่ายเก็บไว้ เสียดายช่วงนี้ตากล้องแอบเยอะ รูปเราเลยท่าไม่สวย ^^”

ไฮไลต์เส้นทางปั่น ริมอ่างเก็บน้ำบางพระ
จุดชันสุดคือขึ้นสันอ่าง ยังไม่ถึงกับต้องยืนกด

- ที่ 60k feed point 3 รับเจลถุงมาดูดเย็นชื่นใจ น้องๆที่มาช่วยแจกตั้งใจมาก ส่งอาหารให้คนปั่นจักรยานรับไม่ง่ายเลย หล่นก็เยอะ รู้สึกว่าได้ช่วยเหลือค่าขนมน้องๆทำงานพิเศษ  (อ้าง)

- ขากลับลมยังมาแรงเป็นช่วงๆ ต้องระวังเหมือนเดิม แต่พอปรับตัวได้บ้างแล้ว ความเร็วเฉลี่ยดีกว่าครึ่งแรก

- ที่ 80k ลมส่งกลับช่วงสุดท้าย หลายๆคนกดกันเต็มที่เพราะเป็นท้ายการปั่น แม้แต่เราเองก็ปั่นหนักกว่าที่ตั้งใจไว้ เพราะมันสนุกมาก กดกันแบบ 40km/h.++

ขากลับบนถนนข้าวหลาม เร่งสนุกมาก

- ที่ 89k เริ่มผ่อนขา ต้องเข้าหลายโค้ง ถอดรองเท้ารอ แต่ไม่กระโดดลงรถเหมือนทุกที เพราะไม่รีบ แค่ไม่ต้องห่วงถือรองเท้า หรือวิ่งด้วยรองเท้าปั่น จอดแล้วก้าวลง จ๊อกเข็นรถเข้าจุดเปลี่ยน

- จบจักรยาน 90K  เวลา 3:01 h. เฉลี่ย 29.5km/h. ดีกว่าที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย โดยออกแรงมากกว่าที่คิดในช่วงท้าย แต่สภาพร่างกายยังถือว่าใช้ได้



Transition 2 (T2)

- ปลดสายหมวกกันน๊อครอระหว่างจ๊อกไปจุดจอดจักรยาน

- จอดรถ ถอดหมวกปั่น ใส่หมวกแก๊บ วันนี้แดดแรงเลยไม่ใส่ visor เหมือนปกติ ใส่รองเท้าวิ่ง คาดเบอร์

- จ๊อกไปจุดออกตัววิ่ง  T2 กินเวลาน้อยกว่า T1 เพราะขั้นตอนน้อย

- ใช้เวลาไป 3 นาทีเศษ เป็นการจ๊อกผ่านระยะ T ไปแล้ว 2 นาทีกว่า


Run

- ออกตัวใกล้ 11โมง แดดแรงได้ที่ ระยะ 21k แบ่งเป็นรอบเขาสามมุกยาว 7K X 3รอบ วนจุดกลับตัวหน้าเส้นชัย รับสายคล้องข้อมือ แล้ววนจนครบทั้ง 3 รอบ

- ในแต่ละรอบแบ่งเส้นทางเป็น 2k แรก ทางราบจากเส้นเรียบหาดไปจนจุดให้น้ำตีนเนินแรก 3kช่วงกลางทางโรลลิ่ง ขึ้นสลับลงเนินเขาสามมุข มีเนินชัน 2 ลูกช่วงติดทะเล (ใครเคยมาวิ่ง series Bangsaen 42/21 น่าจะคุ้น) ปิดด้วย 2kท้ายราบเรียบหาดขากลับ


ช่วงเลียบชายหาด เรียบ วิ่งสบาย

ช่วงขึ้นเนินถึงสั้นแต่ชัน บางคนเลือกเดินเก็บแรง เซฟกล้ามเนื้อ

- รอบ 1 ออกตัวค่อนข้างเร็วกว่าที่คิดไว้ เพซ5ปลายไปจนถึงตีนเนินแรก รับน้ำวิ่งขึ้นลงเนินได้ยาวๆ ยังล้าน้อยสภาพดี ไม่มีปัญหา

- รอบ 2 อากาศร้อนขึ้นใกล้เที่ยง เพซลดเหลือประมาณ 6 เจอเนินต้องลดความเร็วซอยเท้าจ๊อกขึ้นเบาๆ ต้นขาด้านหน้ารู้สึกตึง ผ่านจุดให้น้ำ ต้องสลับเดินกินน้ำ จนใกล้พ้น station เจอโปรหญิงฮ่องกง ชุดโปรมากๆ น่าจะวิ่งรอบท้าย ปรบมือให้กำลังใจช่วงที่เค้าแซงไป เราก็ประคองของเราได้จนกลับตัวอีกครั้ง

น้องโปรหญิงฮ่องกง เท่สุดๆ แน่นอนว่าโพเดี้ยม

- รอบ 3 เที่ยงกว่า แดดดูดแรงไปไปมาก ทางราบยังวิ่งได้แม้จะลดเวลามาอีกหน่อยที่เพซ 6 กลางๆ แต่ต้นขาปวดตอนขึ้นทางชันต้องแวะฉีดสเปรย์ เปลี่ยนเป็นเดินเร็วขึ้นเนินเพื่อไม่ให้ตะคริวมา แวะรับของกินตาม station นานขึ้น กินเยอะขึ้น ไม่รับน้ำเกลือแร่ แต่กินเจลรัวๆ เนื่องจากทีมงานจัดมาไว้เยอะมาก 3-4 ยี่ห้อ หลากรส ถือโอกาสลองกินตัวใหม่ๆหลายตัว แถมพกกลับบ้านมาหลายซองด้วย 55 ไอติมก็กินตลอดถ้าจุดนั้นมีบริการ

ในมือมีซองเจล และในกระเป๋าคาดเอวก็ตุงไปด้วยซองเจล -o-

- แรงลดลงแต่ยังไปได้เรื่อยๆ ทรมาณน้อยกว่าที่คิด พอสบายใจว่าจบแน่ เริ่มสนุกกับบรรยากาศรอบตัวมากขึ้น เล่นกับคนเชียร์ตามทาง

- กิโลสุดท้าย ขยับชุดให้เข้าที่ รูดซิปเสื้อขึ้นปิดคอ วิ่งไปยิ้มไป เริ่มมองไปรอบๆ คำนวณแรงนักกีฬาใกล้ๆ กะว่าขอไม่ชิดคนหน้า-หลังมากไป จะได้มีระยะห่าง เผื่อได้รูปสวยๆมั่ง


แต่งตัวเรียบร้อย ทำหน้ายิ้มๆ (แต่ลืมเช็ค BIB)

- ก่อนเข้าเส้น 400m. ผู้จัดงานมีธงชาติเตรียมไว้ให้ใช้ถือชูเข้าเส้นสวยๆ แต่ด้วยความเขิน และเสื้อที่เลือกใส่ก็มีลายธงชาติแล้ว ขอไม่รับแล้วเตรียมวิ่งเข้าเส้น (งานหน้าถ้ามีจะขอถือธงชาติเข้าเส้น)

- ภรรยามารอใกล้เส้น หันไปโบกมือให้ตามเสียงเรียก ขอบคุณที่มารอถ่ายรูปให้นะ

- เงยหน้ามองเส้น ปลื้มๆ ขอบคุณการซ้อมที่ผ่านมา 4 เดือนของตัวเอง ถ้าซ้อมถึงวันแข่งมันจะสนุกมาก เห็นรูปที่ออกมายิ้มทุกรูปเลย

- ผ่านเข้าเส้นไป ลืมนึกถึงท่าที่ตั้งใจจะโพส แต่ไอ้การชูแขนตลกๆนี่มันก็เป็นธรรมชาติของตัวเองดีเหมือนกัน


เฮ่ จบแล้ว

- ตบมือแรงๆไป 1 ที เรียกกำลังใจ มันต้องทำได้สิ บอกตัวเองตลอดช่วงที่ซ้อมยาวเหมือนจะไม่สิ้นนสุดซักทีจนล้าจนกรอบ แล้วตอนนี้มันก็สำเร็จได้จริงๆ

- ใช้เวลาวิ่ง 2:06 h. ดีกว่าที่ตั้งใจ แม้มีเดินบ้างแต่รู้สึกว่าวิ่งได้ตามมาตรฐานตัวเอง



Race done

- ใช้เวลารวม 6:04:45 h. เร็วกว่าที่ตั้งใจไว้นิดหน่อย เหนื่อยกำลังดี แต่สนุกเกินคาดไปมาก

- ขอนับเป็นงานระยะอัลตร้าแรกของตัวเอง

- รับเหรียญสุดหนัก ทรงประหลาดแต่ไม่เหมือนใคร รับเสื้อพินนิชเชอร์ ลายถูกใจที่เห็นแล้วนึกถึงทหารเรือ แล้วเดินไปหาภรรยา

- รับอาหารมารองท้อง ยืดเหยียดนิดหน่อย พักอยู่ซักแป๊บ ก็เตรียมตัวเก็บอุปกรณ์กลับ นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้ว นานกว่าทุกครั้ง

- ก่อนกลับหันไปมองจุดจัดงาน นักกีฬายังคงทยอยเข้าเส้นชัยมา ยังมีเวลาก่อนคัตออฟอีกมาก คนยังคึกคัก

- IM 70.3 เป็นระยะที่ดีมาก มันกำลังพอดีในหลายๆด้าน ระยะเวลาที่ใช้แข่ง การจัดเวลาซ้อมสำหรับคนทำงานประจำ การเอนเตอร์เทนนักกีฬา ถ้าวันที่วิ่งฟลูมาราธอน เป็นอะไรที่ธรรมดาขึ้นสำหรับเรา ควรท้าตัวเองให้มาลองซักครั้ง

- แม้ว่าคงไม่ใช่งานที่จะกลับมาลงทุกปีจากปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ผมว่ามันจะยังสร้างเป้าหมายและแรงบันดาลใจอื่นๆให้ผมได้อีกนาน

- ขอบคุณคนจัดงานที่จัดออกมาได้ดีตามคาดหวัง ขอบคุณนักไตรกีฬาไทยที่ขับเคลื่อนวงการให้มันใหญ่พอที่จะงานระดับนี้ในประเทศได้

- ขอบคุณหลายปัจจัยรอบตัวที่ทำให้นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมาท้าทายตัวเองแบบนี้ และขอบคุณตัวเองที่ทำเต็มที่เท่าที่ทำได้เพื่อให้ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอะไรแบบนี้ซักครั้งในชีวิต